หน้าหลัก    |   Contact Us   

 

 
 
กฏหมายที่ควรทราบเกี่ยวกับเหตุเพลิงไหม้
ประมวลกฏหมายอาญา
ตามมาตรา 217  ผู้ใดวางเพลิงเผาทรัพย์ของผู้อื่นต้องระวางโทษจำคุก ตั้งแต่ 6 เดือน ถึง 7ปีและปรับตั้งแต่ 1,000 บาท ถึง 14,000 บาท
ตามมาตรา 218  ผู้ใดวางเพลิงเผาทรัพย์อันเป็นสาธารณะ ต้องระวางโทษประหารชีวิต หรือจำคุกตลอดชีวิต หรือจำคุกตั้งแต่ 5 ปี ถึง 20 ปี
ตามมาตรา 219  ผู้ใดตระเตรียมเพื่อกระทำความผิดดังกล่าวในมาตรา 217,218 ต้องระวางโทษเช่นเดียวกับพยายามกระทำความผิด
ตามมาตรา 220  ผู้ใดกระทำให้เกิดเพลิงไหม้แก่วัตถุใดๆ แม้เป็นของตนเอง จนน่าจะเป็นอันตรายแก่บุคคลอื่น หรือทรัพย์สินผู้อื่น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี และปรับไม่เกิน 14,000 บาท
ตามมาตรา 225  ผู้ใดกระทำให้เกิดเพลิงไหม้โดยประมาท และเป็นเหตุให้ทรัพย์สินของผู้อื่นเสียหาย หรือการกระทำโดยประมาทนั้น น่าจะเป็นอันตรายแก่ชีวิตของผู้อื่น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 14,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
  ถ้าหากผู้ใดพบเห็นผู้ที่จุดไฟ เผาไฟ หรือทำให้เกิดเพลิงไหม้ขึ้น ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ หรือเจ้าพนักทำการจับกุม  ดำเนินดคีตามกฏหมายทันที
กว่าครึ่งหนึ่งเสียชีวิตในเหตุเพลิงไหม้ที่เกิดในช่วงเวลา 4 ทุ่ม ถึง 6 โมงเช้า และร้อยละ 60 ของคนที่เสียชีวิตนั้นมีอายุต่ำกว่า 14 ปี และสูงกว่า 65 ปีขึ้นไปรวมกัน
ทฤษฎีการเกิดเพลิงไหม้  
1. เชื้อเพลิง   2. ความร้อน
3. ออกซิเจน 4. ปฏิกิริยาลูกโซ่
บรรยากาศทั่วๆ ไปมีไนโตรเจน 79.04 % ออกซิเจนผสมอยู่ 20.93 % และคาร์บอนไดออกไซด์ 0.03 % โดยออกซิเจนจะเป็นตัวทําให้เกิดการเผาไหม้ การเผาไหม้แต่ละครั้งต้องการออกซิเจน ประมาณ 16 % เท่านั้น ถ้าออกซิเจน ตํ่ากว่า 16 % ก็จะไม่ช่วยให้เกิดการเผาไหม้ต่อไปไฟจึงจะมอดดับลงได้ ยิ่งมีออกซิเจนมากเชื้อเพลิงก็ยิ่งติดไฟได้ดีขึ้น
ต้นเหตุสำคัญของเพลิงไหม้ในบ้านเรือน
1.           แก๊สหุงต้ม
2.           ทำงานอื่นขณะตั้งเตาไฟทำอาหาร หรือรีดา
3.           จุดธูป เทียนไหว้เจ้า
4.           ลืมปิดเครื่องใช้ไฟฟ้า
5.           สายไฟฟ้าหรืออุปกรณ์ไฟฟ้าชำรุด เก่า
6.           สูบบุหรี่
7.           วางเพลิง
สาเหตุการตายจากเพลิงไหม้
1.        สำลักควันไฟ
2.        แก๊สพิษ
3.        รังสีความร้อน
4.        พลัดตกจากที่สูง
5.        เหยียบกันตาย ขณะวิ่งหนี
อันตรายที่ทำให้เสียชีวิตจากเพลิงไหม้
1.        หนีไฟไม่ได้ มีอุปสรรค (การล็อก เหล็กดัด สิ่งของเกะกะ ฯลฯ)
2.        มีเชื้อเพลิงจำนวนมาก ทำให้เพลิงลุกลามรุนแรง และรวดเร็ว รวมทั้งการใช้อาคารที่พักอาศัยประกอบกิจการในเชิงพาณิชย์ เช่น ที่เก็บสินค้า หรือถังแก๊ส เป็นต้น
3.        การรับรู้ว่าเกิดเพลิงไหม้ช้าเกินไป เช่น การนอนหลับ
4.        ไม่สามารถควบคุมสติ เพราะขาดการฝึกซ้อม
5.        ไม่สามารถระงับเหตุในช่วงต้นของการลุกไหม้ได้ เพราะอุปกรณ์ดับเพลิงไม่มี หรือใช้การไม่ได้
แนวทางป้องกันอัคคีภัยในบ้าน
1.        ติดตั้งอุปกรณ์ตรวจจับควันไฟ ตามโถงบันได หน้าห้องนอน ห้องครัว โถงชั้นล่าง และในห้องนอน
2.        วางแผนการหนีไฟ ซ้อมหนีไฟทั้งครอบครัว เป็นประจำ
3.        เก็บบ้านเรือนให้เป็นระเบียบ สะอาด และทิ้งของที่ไม่จำเป็น
4.        เก็บกุญแจต่างๆ ให้เป็นที่พร้อมชุดสำรองไว้ในห้องนอน
5.        หมั่นดูแลรักษาระบบ และอุปกรณ์ตรวจจับควันไฟ
6.        ปิดประตูทุกบาน ปิดเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ไม่จำเป็น และปิดถังแก๊สก่อนเข้านอน
7.        ติดตั้งถังดับเพลิงแบบมือถือชั้นละ 1 ถัง
8.       เตรียมถังสำรองน้ำไว้สะดวกต่อการใช้งาน
คำแนะนำในการป้องกันและระงับอัคคีภัย
1.        หมั่นซ่อมแซมสายไฟฟ้า
2.        ดับเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ไม่จำเป็นก่อนเข้านอน
3.        อย่าปล่อยให้เด็กเล่นไม้ขีดไฟ ดินปืน ดอกไม้ไฟ ประทัด
4.        อย่าเผาขยะ หรือหญ้าแห้ง โดยพลการซึ่งอาจทำให้เกิดเพลิงไหม้ได้
5.        อย่าจุดธูปเทียนบูชาพระ ตลอดจนการหุงต้มอาหาร โดยขาดการดูแลควบคุม
6.        อย่านอนสูบบุหรี่บนที่นอน หรือจุดไม่ขีดไฟใก้ลกับเชื้อเพลิงทุกประเภท เช่น ก๊าซหุงต้ม
7.        หมั่นตรวจสอบ และจัดการสิ่งที่มีความเสี่ยงที่อาจทำให้เกิดอัคคีภัย เช่น งานซ่อมแซมที่มีการตัด-เชื่อม งานทาสี ฯลฯ
8.        อย่าสะสมสารเคมีบางชนิด เช่น ยากันยุง ไม้ขีดไฟ ทินเนอร์ ประทัด
9.        หมั่นตรวจตราอุปกรณ์ไฟฟ้าภายในอาคาร ที่พักอาศัย โรงเรือน ร้านค้า อย่าให้เกิดรอยรั่ว หรือฉีกขาด
10.     อย่าเสียบปลั๊กเตารีดไฟฟ้า เตาหุงต้มไฟฟ้าหรืออุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นๆ ทิ้งใว้โดยไม่มีผู้ควบคุมดูแลเด็ดขาด
11.     แก๊สหุงต้มอาหาร หลังจากเลิกใช้งานแล้ว ต้องปิดวาล์วที่ถัง และที่เตาให้แน่นสนิทเรีบยร้อยทุกครั้ง และหมั่นตรวจสอบสายยาง ข้อวาล์ว ต้องอยู่ในสภาพที่ใช้การได้ดีเสมอ
12.      ต้องจัดความเป็นระเบียบเรียบร้อยภายในอาคารบ้านพักให้สะอาด ขจัดสิ่งที่รกรุงรัง ที่เป็นเชื้อเพลิงออก
13.      เมื่อเกิดเพลิงไหม้ขึ้น ให้รีบแจ้งไปยังดับเพลิงท้องถิ่น หมายเลข 199
14.      การแจ้งเหตุควรพูดให้ชัดถ้อยชัดคำ อย่าตกใจเกินไป ให้แจ้ง ไฟไหม้อะไร ที่ไหน สถานที่ใกล้เคียง และชื่อผู้แจ้ง เบอร์โทรศัพท์ผุ้แจ้ง ให้ชัดเจน
15.      ในการแจ้งเหตุ เหตุเพลิงไหม้ หรือรถยนต์ออกไประงับเหตุทุกครั้ง ท่านไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น หากมีผู้แอบอ้าง เรียกเก็บเงินจากท่าน ให้ท่านแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุม เพื่อดำเนินคดีทันที 
ข้อพึงระวังเหล่านี้เชื่อว่าจะเป็นประโยชน์ต่อประชาชนทั่วไปที่ล้วนมีบ้าน หรือที่พักอาศัยกันทุกคน
                  
                                                 ด้วยความปราถนาดีจาก
                                                           Sawangsangtam Rescue 01