|
ประวัติมูลนิธิสูงเนินสงเคราะห์สว่างแสงธรรมธรรมสถาน
มูลนิธิสูงเนินสงเคราะห์เป็นองค์การกุศลในรูปสังคมสงเคราะห์หน่วยหนึ่งเพื่อช่วยเหลือสังคมท้องถิ่นของชาวอำเภอสูงเนินก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2508 โดยมีวัตถุประสงค์ช่วยเหลือสังคมท้องถิ่นในด้านสาธรรณกุศลบรรเทาสาธารณภัย และการเก็บศพไร้ญาติ
เมื่อปี พ.ศ. 2507 ชาวตลาดสูงเนินได้เล็งเห็นว่าพี่น้องชาวสูงเนินที่เสียชีวิตไม่มีสถานที่จะเก็บศพ บางครั้งต้องนำร่างอันไร้วิญญาณไปฝังในสุสานในตัวจังหวัด การคมนาคมไม่สะดวก ดังนั้นจึงเห็นพร้องต้องกันว่าควรมีที่ดินสักแปลงหนึ่งจัดทำเป็นสุสานสำหรับฝังศพผู้เสียชีวิต และกันที่ส่วนหนึ่งสำหรับฝังศพไร้ญาติ โดยได้รับบริจาคจากชาวตลาดจัดซื้อที่ดินเพื่อจัดทำเป็นสุสาน พร้อมทั้งได้เชิญคณะประทับทรงจากมูลนิธิสว่างวิชชาธรรมสถาน อำเภอปากช่อง มาประทับทรงอัญเชิญองค์โป๊ยเซียนโจวซือ ทำพิธีตั้งสุสานและมีบัญชาตั้งชื่อสุสานว่า " ฮ่งเนี้ยซัวจึง " หรือชื่อไทยว่า "สุสานหงษ์นิทราธรรมสว่าง"
หลังจากตั้งสุสานแล้ว พี่น้องชาวตลาดหลาย ๆ ท่านมีความเห็นพร้องต้องกันว่า ควรจัดตั้งมูลนิธิเพื่อดูแลสุสาน และดำเนินการเรื่องช่วยเหลือสังคมท้องถิ่น การริเริ่มก่อตั้งมูลนิธิครั้งแรกมีผู้ร่วมเป็นคณะกรรมการของมูลนิธิจำนวน 15 ท่าน โดยมีนายยู้เล้ง แซ่ล้อ เป็นประธานกรรมการบริหารชั่วคราว จนกว่าจะได้รับใบอนุญาตจากทางราชการแล้วเสร็จ พร้อมทั้งได้ตั้งชื่อไทยว่า ซู่งึ้งซือเสียงเซี่ยงตึ้ง หรือชื่อไทยว่า มูลนิธิสูงเนินสงเคราะห์
และในปี พ.ศ. 2513 ได้ริเริ่มการก่อสร้างศาลเจ้าพ่อสูงเนินหลังใหม่ขึ้นแทนหลังเก่าที่เป็นเรือนไม้เก่าแก่ มีอายุร่วมร้อยปี และได้จัดงาน เปิดศาลเจ้าสูงเนินหลังใหม่ขึ้น เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2514 โดยอัญเชิญเจ้าพ่อ เจ้าแม่แห่รอบตลาดอำเภอสูงเนิน จึงเป็นจุเริ่มต้นที่มีการแห่งเจ้าพ่อเจ้าแม่ทุกปีตลอดมา นอกจากจะอัญเชิญเจ้าพ่อเจ้าแม่สูงเนิน เข้าสู่ประดิษฐานยังศาลเจ้าหลังใหม่แล้ว ยังได้อันเชิญ องค์โป๊ยเซียนโจวซือ <เทพยดาทั้ง 8> และ ฮกเต็กเหล่าเอี้ย <เทพเห่งโชคลาภ วาสนา> เข้าประดิษฐานร่วมด้วยเพื่อให้ชาวสูงเนินกราบไหว้เป็นสิริมงคลตลอดไป
ในปี พ.ศ. 2529 มูลนิธิสูงเนินสงเคราะห์ โดยการนำของคุณสมชาย กิริวัฒนศักดิ์ ประธานมูลนิธิฯ ได้ร่วมกับผู้มีจิตศรัทธาจัดงานมหากุศลเก็บศพไร้ญาติล้างป่าช้า ครั้งที่ 1 ขึ้น และได้รับการช่วยเหลือจากมูลนิธิสว่างวิชาธรรมสถาน
<เม่งตี่> อำเภอปากช่อง รับเป็นพี่เลี้ยงในการจัดงานครั้งนี้ มูลนิธิสว่างคุณธรรมสถาน <เม่งเต๋า> จังหวัดชัยภูมิ เป็นพี่เลี้ยงรอง มูลนิธิสว่างเมตตาธรรมสถาน <เม่งยิ้น> จังหวัดนครราชสีมา และมูลนิธิสว่างจรรยาธรรมสถาน <เม่งโล้ย> จังหวัดบุรีรัมย์ เป็นที่ปรึกษา พร้อมทั้งมูลนิธิสมาคมในเครือสมาคมพุทธมามกสงเคราะห์การกุศลแห่งประเทศไทย
<เม่งเลี้ยง> มาร่วมงานอย่างพร้อมเพรียง จนทำให้งานเก็บศพไร้ญาติในครั้งนั้นสำเร็จตามวัตถุประสงค์ด้วยดีทุกประการ
หลังจากงานเก็บศพไร้ญาติผ่านพ้นไปแล้ว ได้ขออนุญาตคณะกรรมการในที่ประชุมขอทำการก่อสร้างโรงเก็บของ จากวัสดุที่เหลือจากงานเก็บศพ และเมื่อการก่อสร้างได้เริ่มขึ้นก็ได้มีการพูดกันหนาหูว่าโรงเก็บของนี้ควรจะเปลี่ยนเป็นเทวสถานชั่วคราว เพื่อประดิษฐานองค์โป๊ยเซียนโจวซือเพราะการนำองค์โป๊ยเซียนโจวซือไปอยู่ในศาลเจ้าพ่อนั้นไม่ค่อยเหมาะสมเพราะในเทศกาลพิธีต่าง ๆ การกราบไว้บูชาเจ้าพ่อเจ้าแม่จะประกอบไปด้วยอาหารคาวทุกครั้ง แต่การบูชาองค์โป๊ยเซียนโจวซือจะบูชาด้วยอาหารเจหรือผลไม้ทั้งหมดที่ประชุมจึงได้มีการเปลี่ยนแปลงการก่อสร้างโรงเก็บของเป็นเทวสถานชั่วคราว หลังจากนั้นไม่นาน คณะกรรมการก็มีมติให้จัดสร้างเทวสถานถาวรหลังใหม่ขึ้นโดยองค์โป๊ยเซียนโจวซือได้กำหนดให้วันที่ 18 มกราคม 2540 เป็นวันทำพิธีวางศิลาฤกษ์พร้อมทั้งตั้งชื่อเทวสถานแห่งนี้ว่า วิหารเอี่ยวเยี่ยงไท้ จนแล้วเสร็จ ต่อมาท่านโป๊ยเซียนโจวซือได้กำหนดวันอาทิตย์ที่ 7 มีนาคม 2542 เวลา 10.19 น. เป็นวันเปิดวิหารเอี่ยวเยี่ยงไท้ ยังความภาคภูมิใจมาสู่ชาวอำเภอสูงเนินทุกคน นับตั้งแต่วันวางศิลาฤกษ์จนถึงวันเปิดวิหารได้ใช้เวลาทั้งสิ้น 2 ปี 1 เดือน 17 วัน หรือ 777 วัน
ประวัติศาสตร์ของสูงเนินคงต้องจารึกไว้ วิหารเอี่ยวเยี่ยงไท้ หลังนี้สำเร็จลงได้ก็ด้วยความร่วมแรงร่วมในจากพี่น้องอำเภอสูงเนิน ต่างช่วยกันคนละไม้คนละมือจนลุล่วงไปด้วยดี
คุณ ชนะชัย โค้วพงษ์พันธ์ (ผู้จัดการมูลนิธ)ิ ผู้เขียน
หน้าหลัก-สว่างแสงธรรม
©2007 Sawangsangtam.com By กู้ภัย 01
|