|
|
-
สี่งที่ต้องทำหลังซื้อรถมือสอง
|
|
-
สี่งที่ต้องทำหลังซื้อรถมือสอง
-
จากหนังสือยานยนต์ เล่ม
388
ประจำเดือน กันยายน
2541
-
การซื้อรถ(ใช้แล้ว)
ตอนแรกก็ต้องนับหนึ่งกันใหม่เพราะเราไม่รู้ว่าเจ้าของเดิมทำอะไรมามั่ง
บางที่ไอ้ที่เค้าบอกก็เชื่อไม่ค่อยได้เหมือนกัน
สิ่งที่ควรประพฤติสำหรับการเป็นเจ้าของรถใช้แล้วคันใหม่คือ
นำรถไปเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องพร้อมไส้กรอง
ถ่ายน้ำมันเกียร์สำหรับพวกเกียร์ธรรมดา
แต่ถ้าเป็นรถเกียร์อัตโนมัตินอกจากถ่ายน้ำมันเกียร์แล้ว
ก็ควรเปลี่ยนไส้กรองซะด้วย ถ้าเกียร์รุ่นนั้นมีไส้กรองให้ใช้ด้วย
และอย่าลืมถ่ายน้ำมันเฟืองท้ายด้วยล่ะ
ซึ่งน้ำมันเกียร์ธรรมดาและน้ำมันเฟืองท้ายนี้ แนะนำว่าควรลงทุนใช้พวกน้ำมัน
“สังเคราะห์”
ที่มีคุณภาพสูงกว่าน้ำมันเกียร์ธรรมดา
หรือกลัวว่าที่ปั๊มหรือสถานบริการไม่มี จะซื้อติดรถเตรียมพร้อมไปเลยก็ได้
ส่วนพวกรถที่มีเพาเวอร์พวงมาลัยใช้ให้ถือโอกาสนี้เปลี่ยนถ่ายน้ำมันซะด้วยในคราวเดียวกัน
และพวกรถรุ่นเก่าหรือรุ่นใหม่บางยี่ห้อที่ยังมีหัวอัดจาระบีใช้งานอยู่
ก็ต้องมีรายการอัดจาระบีเพิ่มอีกต่างหาก
-
นอกจากนี้ก็ควรเปลี่ยนไส้กรองอากาศ พร้อมไส้กรองเบ็นซิน
และที่สมควรอย่างยิ่งคือถ้าพบว่ารถคันนั้นมีระยะใช้งานมาเกินกว่า
40,000
กม.
ขึ้นไป สมควรจะเปลี่ยนสายพานขับเคลื่อนแค็มชาฟท์ พร้อมสายพานปั๊มน้ำ
สายพานแอร์ หรือแม้วิ่งใช้งานมาไม่มากเท่าไหร่แต่ดูท่าทางไม่ค่อยดีนัก
ให้จัดการเปลี่ยนสายพานไปเลยดีกว่าเพื่อความสบายใจและปลอดภัย
เพราะไม่แน่ว่าจะไปเจอเอารถ
“กลับไมล์”
เข้าก็ได้
-
ควรหาเวลาว่างแวะรถเข้าร้านทำเบรค ให้เค้าจัดการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเบรค
และตรวจเช็คความหนาของผ้าเบรกสำหรับรถเกียร์ธรรมดาที่ใช้ระบบคลัทซ์น้ำมัน
ก็เปลี่ยนถ่ายน้ำมันคลัทช์พร้อมกับน้ำมันเบรกในคราวเดียวกันนี้
-
ให้เปิดฝาหม้อน้ำดูสภาพของน้ำว่ามีสนิมปะปนหรือเปล่า
ถ้ามีก็ต้องมีการถ่ายน้ำในหม้อน้ำ
ส่วนพวกรถที่ใช้น้ำยากันสนิมหรือน้ำยารักษาหม้อน้ำ
เมื่อพบว่าอายุของรถเกินกว่า
2
ปี
ก็ต้องมีการเปลี่ยนถ่ายน้ำยารักษาหม้อน้ำด้วย
-
งานนี้มีรายการควักกระเป๋าก้อนโตพอสมควร
อีกทั้งยังเสียเวลาอีกหลายวันกว่าจะจบขบวนการ
แต่ถือว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าเกินราคา
-
ถ้าจะเอารถไปวางเครื่องใหม่ การเปลี่ยนเครื่องม(มือสอง)
กับฟิตเครื่องใหม่เลย ันว่ากันได้ตั้งแต่ไม่กี่พันบาท
ไล่ไปจนเกือบถึงหลักแสน แต่ถ้าเอาขนาดพอดูได้ไม่หวังม้าฝูงโตจนเกินไปนัก
เฉพาะค่าเครื่องพร้อมเกียร์ควรอยู่ระดับ
3-4
หมื่นบาท แล้วก็ต้องบวกค่าดัดแปลง ค่าแรง และอุปกรณ์อื่น ๆ อีกซัก
2
หมื่นบาท เบ็ดเสร็จควรมีกะตังค์ติดกระเป๋า
5-6
หมื่นบาท สำหรับการเปลี่ยนขุมพลัง ส่วนการยกเครื่องรวมค่าแรงและอะไหล่แล้ว
พอ ๆ กันกับเครื่อง
(เก่า)
ตัวใหม่ คืออยู่ในระดับ
3-4
หมื่นเช่นกัน ถูกหรือแพงกว่านี้ขึ้นอยู่กับสภาพเครื่องว่าโทรมขนาดไหน
และมีรายการต้องเปลี่ยนอะไรบ้าง ถ้าเจอรายการของหนัก ๆ ราคาแพง อย่างเช่น
ฝาสูบ คาร์บูเรเตอร์ หรือแค็มชาฟท์อะไรพวกนี้
ก็ต้องว่ากันสาหัสขึ้นไปอีกระดับ
-
|
|
|