|
|
-
สัญญานไฟใช้ให้ถูกมารยาทและปลอดภัย
|
|
-
สัญญานไฟใช้ให้ถูกมารยาทและปลอดภัย
-
·
ข้ามสี่แยก-ตรงไปไม่ควรเปิดไฟฉุกเฉิน
-
การข้ามสี่แยกแล้วต้องการตรงไป พร้อมกับเปิดไฟฉุกเฉินกะพริบสี่มุม
เป็นวิธีที่ผิด และแพร่หลายกันอยู่ไม่น้อย
เหตุผลที่ไม่ควรเปิดไฟฉุกเฉินในกรณีนี้ เพราะผู้ขับรถยนต์ที่มาด้านซ้าย-ขวา
จะเห็นไฟกะพริบด้านหน้าเพียงมุมเดียว เสมือนเป็นการเปิดไฟเลี้ยว
-
ลองนึกภาพแล้วจะพบว่า ไฟเลี้ยวด้านหน้า แม้จะกะพริบพร้อมกันซ้าย-ขวา
แต่ผู้ขับรถยนต์คันที่มาด้านข้างในแต่ละด้านจะเห็นไฟกะพริบเพียงมุมเดียว
โดยเฉพาะผู้ที่มาจากด้านซ้าย จะไม่ชะลอความเร็วลงหรือไม่ให้ทาง
ด้วยคิดว่ารถยนต์คันที่เปิดไฟฉุกเฉินจะเลี้ยว
-
นอกจากนั้น หากมีรถยนต์บางคัน บังรถยนต์คันที่เปิดไฟฉุกเฉิน
ผู้ขับรถยนต์คันอื่นๆ
อาจเข้าใจผิดว่าเป็นการเปิดไฟเลี้ยวเฉพาะมุมที่เขาเห็น
-
วิธีปฏิบัติที่ถูกต้องและปลอดภัย คือ เบรกชะลอความเร็วลง มองซ้าย-ขวา
เมื่อเส้นทางว่างพอ ก็ตรงไปด้วยความเร็วที่เหมาะสม
-
-
·
ฝนตกหนักไม่ควรเปิดไฟฉุกเฉิน
-
นับเป็นความหวังดี แต่อาจให้ผลร้าย
ที่เกรงว่าผู้ร่วมทางจะไม่สามารถมองเห็นรถยนต์ของตนเมื่อฝนตกหนัก
ในความเป็นจริง ไม่ควรเปิดไฟฉุกเฉิน เพราะจะแยงสายตา
และหากมีรถยนต์บางคันบังรถยนต์คันที่เปิดไฟฉุกเฉิน ผู้ขับรถยนต์คันอื่นๆ
อาจเข้าใจผิดว่าเป็นการเปิดไฟเลี้ยวเฉพาะมุมที่เขาเห็น
รวมถึงการเปลี่ยนเลนโดยไม่ปิดไฟฉุกเฉินก่อน
เพราะจะไม่มีไฟเลี้ยวให้ใช้บอกเตือนตามปกติ
-
เมื่อฝนตกหนัก วิธีปฏิบัติที่ถูกต้องและปลอดภัย คือ ชะลอความเร็วลง
ชิดเลนซ้าย-กลาง
และเปิดไฟหน้าแบบต่ำ หรือถ้ามีไฟตัดหมอกหลังสีแดงเพิ่มอีก 2
ดวง ก็ควรเปิดด้วย แล้วขับด้วยความระมัดระวัง
-
-
·
สปอตไลต์/ไฟตัดหมอกเปิดเมื่อจำเป็น
-
มีการใช้สปอตไลต์/ไฟตัดหมอกที่ผิดมารยาท
สร้างความรำคาญ และเริ่มแพร่หลายขึ้นเรื่อยๆ คือ
เปิดใช้ในขณะที่เส้นทางไม่มืดมาก ซึ่งไม่จำเป็น
แสงสว่างที่แรงนั้นแยงสายตาทั้งผู้ขับรถยนต์คันที่สวนมา และคันนำหน้า
ในเส้นทางปกติไม่ควรเปิดใช้งานเพราะสว่างอยู่คนเดียว
แต่ทำให้คนอื่นตาพร่ามัว
-
-
บางรายหนักข้อด้วยการเปิดเพียงไฟหรี่ แล้วเปิดสปอตไลต์เพิ่มความสว่าง
นับเป็นการรบกวนสายตาของเพื่อนร่วมทางอย่างมาก
สาเหตุที่หลายคนเปิดสปอตไลต์หรือไฟตัดหมอกด้านหน้า
โดยไม่เกรงใจผู้ขับรถยนต์คันนำหรือคันที่สวนทางมา เพราะคิดไปเองแต่เพียงว่า
ตำแหน่งของสปอตไลต์อยู่ต่ำ ไม่น่าแยงตาเหมือนการเปิดไฟสูง
-
-
ในความเป็นจริง ไฟส่องสว่างที่ติดตั้งอยู่ต่ำก็อาจแยงตาได้
ถ้ามีแสงแรงและมีการกระจายแสงมากๆสปอตไลต์ส่วนใหญ่มีแสงแรง
และมีการกระจายแสงมากจนแยงตาแบบประกายแฉก
-
-
ผู้ผลิตรถยนต์หลายรายระบุในคู่มือประจำรถยนต์ว่า
สปอตไลต์ควรเปิดเมื่อจำเป็นและไม่รบกวนคนอื่น หรือควรเปิดเมื่อหมอกลง
และไม่ควรเปิดใช้ต่อเนื่องนานๆ เพราะจะร้อนเกินไปจนจานฉายเสื่อมได้ง่าย
การเปิดสปอตไลต์ต่อเนื่องจนร้อน เมื่อต้องลุยน้ำกะทันหัน
กระจกด้านหน้าของสปอตไลต์อาจแตกร้าวได้
-
-
การติดตั้งสปอตไลต์เพิ่มเติมเองผิดกฎหมาย ทั้งมีการเปิดใช้และไม่ได้เปิด
จะไม่ผิดกฎหมายก็ต่อเมื่อมีฝาครอบปิด และไม่ได้เปิดใช้บนเส้นทางเรียบปกติ
-
- ถ้ามีไฟตัดหมอกหลังควรเปิดเมื่อหมอกลงหรือฝนตกหนักเท่านั้น
-
รถยนต์บางรุ่นมีสวิตช์พิเศษสำหรับไฟตัดหมอกด้านหลัง คือ
ไฟท้ายสีแดงเพิ่มขึ้นอีกข้างละดวง และมีความสว่างมากกว่าไฟท้ายปกติมาก
เพื่อใช้เตือนผู้ขับรถยนต์คันที่ตามมาเมื่อหมอกลง ฝนหรือหิมะตกหนัก
หากเปิดใช้ไฟตัดหมอกหลังสีแดงแสนสว่างในยามทัศนวิสัยปกติแบบในไทย
แสงสว่างที่เพิ่มขึ้นมาจะแยงตาผู้ร่วมทางมาก
จึงไม่ควรเปิดใช้ในการใช้รถใช้ถนนปกติ และไม่ควรหลงลืมเปิดโดยไม่จำเป็น
-
-
·
กะพริบไฟสูงขอทางหรือเตือน
-
บ้างเรียกศัพท์สแลงกันว่า ดิฟไฟสูง
คนไทยมักใช้เพื่อเตือนไม่ให้รถยนต์ทางโทตัดเข้ามาหาทางเอกหรือทางตรงทั้งที่ในบางประเทศใช้การกะพริบไฟสูงเมื่อต้องการให้ทาง
ในขณะที่คนไทยใช้เพื่อบอกว่า เห็นแล้วว่ากำลังจะตัดทางเข้ามา
แต่ไม่ให้เข้ามา
กรณีนี้กฏหมายไทยไม่มีกำหนดว่าให้ใช้การกะพริบไฟสูงเพื่อจุดประสงค์ใด
แต่ก็มีผู้ที่ใช้เพื่อต้องการให้ทาง ซึ่งน่าจะเหมาะสมกว่า
-
-
·
จอดในพื้นที่ห้ามจอดแล้วเปิดไฟฉุกเฉิน
-
นับเป็นการเอาเปรียบสังคมอย่างหนึ่ง แม้จะเป็นการจอดชั่วคราวก็ตาม
เพราะการเปิดไฟฉุกเฉิน แม้จะแสดงว่าจอด
แต่ถ้าไม่ใช่เวลาและพื้นที่ซึ่งควรจอดก็ไม่ควรปฏิบัติ
อีกทั้งยังผิดกฎจราจรอีกด้วย
-
-
·
ไฟเลี้ยวต้องเปิด-ปิดอย่างเหมาะสม
-
นับเป็นเรื่องพื้นฐานที่ถูกมองข้าม การเปิดไฟเลี้ยวเป็นเรื่องจำเป็น
เพราะกฎหมายกำหนดให้มีการเตือนผู้ร่วมทางล่วงหน้าตามระยะที่เหมาะสมควรเปิดไฟเลี้ยวเมื่อเตรียมเปลี่ยนเลนหรือเลี้ยวล่วงหน้าพอสมควร
และไม่ควรเปิดค้างลืมทิ้งไว้
-
|
|
|