|
|
-
สัญญาณบอกอาการรถ
|
|
- สัญญาณบอกอาการรถ...แก้ก่อนสายเกินไป
- โดยปกติ
การพบอาการผิดปกติของรถยนต์คันเก่ง สามารถกระทำเองได้โดยการสัมผัส
การรับรู้กลิ่น การตรวจด้วยสายตา การฟังเสียง
และสามารถรับรู้ได้มากยิ่งขึ้นขณะขับขี่อยู่
-
การรับรู้ถึงอาการผิดปกติโดยประสาทสัมผัส ดูจะไม่ใช่เรื่องยากสำหรับคุณ ๆ
ที่ใช้รถคันเก่งเป็นประจำ เพราะหากมีอะไรที่แปลก ๆ
เกิดขึ้นมาจากที่ไม่เคยมีจะสามารถรับรู้ได้เป็นอย่างดี
-
- เ ค รื่ อ ง ย น ต์
- โดยปกติ
ถ้าเป็นสิ่งที่เราสังเกตเองได้เกี่ยวกับความผิดปกติของเครื่องยนต์ก็คือ
เรื่องเกี่ยวกับระบบความร้อน
ซึ่งสามารถดูได้จากมาตรวัดความร้อนที่หน้าปัดรถ
เจ้าของรถจะทราบเป็นอย่างดีว่า ปกติเข็มวัดความร้อนปกติจะอยู่ที่ระดับใด
หากขับไปนิดเดียวเข็มตีขึ้นจนเลยไปจากปกติแสดงว่าเครื่องร้อนจัดแล้ว
แต่ขับไปตั้งนานเข็มไปกระดิกเลยก็ต้องสงสัยไว้ก่อนว่าเครื่องยนต์ทำไมไม่ร้อยเลยนะเนี่ย
เรื่องพวกนี้ต้องรีบแก้ไข
-
-
ความผิดปกติของเครื่องยนต์ หากนอกเหนือจากการสึกหรอตามปกติแล้ว
เราค่อนข้างจะสังเกตได้พบเห็นอย่างชัดเจน ขับแล้วกระตุก
รอบเครื่องยนต์ตกผิดปกติ เข็มจากเกย์วัดน้ำมันลดลงผิดปกติ
มีเสียงแปลกปลอมจากห้องเครื่องขณะเร่งเครื่องยนต์
ซึ่งหากเป็นเรื่องเกี่ยวกับเครื่องยนต์แล้ว ต้องรีบแก้ไข
-
- ย า ง
-
เรื่องของการขับแล้วพวงมาลัยสั่น บางทีรถสั่นทั้งคัน
เป็นอาการที่เจ้าของรถรับทราบได้ดีอยู่แล้ว
แต่หากเราจะสังเกตความผิดปกติของยางรถขณะที่รถจอดอยู่
เราสามารถสังเกตได้จากการสึกหรอของยาง ดังนี้
-
- -
ดอกยางตรงกลางล้อสึกหรอมากกว่าขอบยาง แสดงว่าเราเติมลมยางมากเกินไป
- -
ดอกยางตรงขอบสึกหรอมากกว่ากลางยาง แสดงว่าเราเติมลมยางน้อยเกินไป
- -
ดอกยางสึกหรอข้างใดข้างหนึ่ง แสดงว่ามุมแนวตั้งของยางไม่ตรง
- -
ดอกยางเป็นบั้ง ๆ แสดงว่าแนวของยางไม่ขนานกับแนวเคลื่อนที่ของรถ
-
หากเกิดอาการเหล่านี้ ก็ให้คาดเดาได้ว่ายางรถมีความผิดปกติ ในกรณีแรกและสอง
ก็เพียงนำรถไปปรับระดับลมยาง ส่วนในสองกรณีหลัง คงต้องขับรถไปตั้งศูนย์ล้อ
-
- ค ลั ต ช์
-
เป็นอีกอาการหนึ่งเราสัมผัสได้งาย เพราะเมื่อคลัตช์เกิดปัญหา
การควบคุมเกียร์จะไม่ได้ดังใจ อาการที่เราสามารถพบได้เมื่อคลัตช์มีปัญหา
ก็คือ คลัตช์ลื่นหรือเข้าคลัตช์ไม่สนิท
บางครั้งเหยียบแป้นคลัตช์จนมิดยังเข้าเกียร์ไม่ได้
คลัตช์มีเสียงดังขณะเหยียบแป้นคลัตช์ แป้นคลัตช์สั่นขึ้น ๆ ลง ๆ
ขณะกำลังขับ รีบหาอู่ตรวจเช็คช่วงล่าง
-
- เ กี ย ร์
-
มีสัญญาณหลายอย่างที่บ่งบอกว่าเกียร์มีปัญหา
ไม่ว่าจะเป็นเสียงดังแม้จะอยู่ในเกียร์ว่างหรือเข้าเกียร์หนึ่งเกียร์ใดอยู่
เปลี่ยนเกียร์ยาก มีเสียงดังขณะเข้าเกียร์แม้จะเหยียบคลัตช์แล้ว หรืออยู่ดี
ๆ ห้องเกียร์ก็มีน้ำมันหล่อลื่นไหลออกมา
-
- พ ว ง ม า ลั ย
-
เป็นอีกส่วนหนึ่งที่เราสามารถสัมผัสความปกติได้งาย
หากพวงมาลัยเบาหรือหนักกว่าปกติ เจ้าของรถจะทราบได้ค่อนข้างจะทันที
บางครั้งอาจพบอาการระยะฟรีมากเกินไป หากระยะฟรีเกิน
1
นิ้วก็ถือว่าผิดปกติแล้ว หากพบอาการเหล่านี้ควรรีบแก้ไข
เพราะความผิดปกติของพวงมาลัยสามารถลุกลามทำให้ยางสึกหรอผิดปกติ
และส่งผลต่อเฟืองท้ายโดยตรง
-
- เ บ ร ก
-
เป็นส่วนสำคัญที่ต้องแก้ไขทันท่วงที เพราะรถวิ่งไม่ได้ยังพอทำเนา
แต่เบรกไม่อยู่นี่เรื่องใหญ่
เราสามารถพบอาการผิดปกติของเบรกได้ตั้งแต่เบรกลื่น หรือเบรกไม่อยู่
เบรกแล้วรถปัดไปข้างใดข้างหนึ่ง
หรือเบรกแล้วปรากฎว่าแป้นเบรกไม่คืนกลับมาแม้จะยกเท้าออกจากแป้นแล้วก็ตาม
-
- ไ ฟ ช า ร์ จ
-
หากเรามองกันที่หน้าปัดรถ บิดสวิทช์เปิดระบบไฟ จะพบสัญญาณต่าง ๆ
ที่เป็นรูปต่างๆ สว่างขึ้นมา เราสามารถทราบความปกติที่เกิดขึ้นได้ อาทิ
เมื่อสตาร์ทเครื่องแล้วปรากฏว่า ภาพสี่เหลี่ยมแล้วมีสัญลักษณ์
+ - ไม่ยอมดับ
แสดงว่าแบตเตอรี่อาจมีปัญหา สัญญาณไฟเตือนบนหน้าปัดนี้
ในรถรุ่นปัจจุบันมีเพิ่มมากมาย อย่างเบรกเอบีเอสก็มีไฟเตือน
ส่วนใหญ่หากมีอาการผิดปกติไฟจะไม่ยอมดับแม้ติดเครื่องยนต์แล้ว
-
- ร ะ บ บ ไ ฟ ฟ้ า
-
หากรถมีหลอดไฟขาดบ่อย ๆ หรือต้องเติมน้ำกลั่นในแบตเตอรี่บ่อยเกินเหตุ
แสดงว่าระบบควบคุมกระแสไฟฟ้าให้เหมาะสมหรือเรกูเลเตอร์ เกิดผิดปกติ
เข้าศูนย์หรืออู่ตรวจสอบระบบไฟฟ้า
-
-
สัญญาณบ่งบอกความผิดปกติดังกล่าวนี้ เป็นสิ่งที่เราพบกันค่อนข้างบ่อย
ยังมีอีกหลายอาการที่หากเราสามารถสัมผัสได้หากให้ความเอาใจใส่
และอย่าลืมว่า หากมีอาการผิดปกติต้องรีบแก้ไขโดยทันที
เพราะคุณอาจเสียเวลาและค่าใช้จ่ายโดยใช่เหตุ
และยังเกี่ยวข้องกับสวัสดิภาพของชีวิตผู้ขับขี่และเพื่อนร่วมทางบนท้องถนนโดยตรง
|
|
|