|
|
-
ล้างรถยนต์ให้ถูกวิธี
|
|
-
ล้างรถยนต์ให้ถูกวิธี
-
การล้างรถยนต์เป็นประจำ ช่วยให้คราบสกปรกไม่เกาะแน่น
ทำให้สีเงางามไม่มีคราบไคลบนสี เฉลี่ยแล้วควรล้างรถยนต์สัปดาห์ละ
1
ครั้ง
-
การใช้ไม้ขนไก่ปัดฝุ่น จะเป็นการปัดฝุ่นหรายขูดกับสีจนรอย
จึงไม่จำเป็นต้องปัดฝุ่นใด ๆ ก่อนล้าง โดยให้เริ่มต้นด้วยการฉีดน้ำเปล่า
เพื่อชะล้างฝุ่นและกรวดทรายออกจากตัวถังและผิวสีให้มากที่สุด
น้ำยิ่งแรงยิ่งดี โดยเริ่มจากด้านบนลงมาด้านข้างและสุดท้ายเป็นด้านล่าง
จากนั้นจึงเริ่มลงแชมพูล้างรถยนต์ โดยเริ่มจากหลังคา กระจกรอบด้าน
ตัวถังด้านข้าง และล้อ-ยาง
-
-
จากนั้นฉีดน้ำเปล่า ล้างฟองแชมพูออกให้หมดและทิ้งไว้สักครู่
ก่อนจะเช็ดแห้งด้วยผ้าสะอาด ควรสลัดผ้าก่อน
เพื่อให้ฝุ่นผงที่ติดอยู่บนผ้าหลุดออก และเริ่มเช็ดกระจกก่อน
แล้วนำผ้าผืนนั้นมาบิดหมาด ๆ เพื่อเช็ดตัวถัง
ไม่ควรใช้ผ้าที่แห้งสนิทเช็ดตัวถัง
เพราะความแข็งของผ้าอาจทำให้สีของตัวถังเป็นรอยได้
-
การเช็ดตัวถังควรเริ่มจากหลังคาแล้วจึงไล่ลงมาด้านข้าง เช่น
ประตูหรือขอบฝากระโปรงหน้า-หลัง
ไม่ควรปล่อยให้แห้งเอง เพราะสีจะขาดความเงางามจากคราบน้ำ
-
ขัดเคลือบสี
-
สีของตัวถังรถยนต์ในปัจจุบัน มีความทนทานสูง และมีการเคลือบมาให้โรงงานแล้ว
แต่อากาศในเมืองไทยเต็มไปด้วยความร้อน ฝุ่น และความชื้น
อาจทำให้สีหม่นหมองเร็วกว่าปกติ การเคลือบจึงเสมือนเป็นเกราะขั้นที่
2
ที่ช่วยให้สีคงความเงางามได้นานขึ้น
-
การขัดเคลือบสีแบ่งเป็น
2
แบบหลัก
คือ รับบริการตามศูนย์ทั่วไป หรือทำเอง โดยการขัดเคลือบสีประมาณ
2-3 ครั้งต่อเดือน
-
น้ำยาเคลือบสีแบ่งเป็น
3
แบบ คือ น้ำยาขัด น้ำยาเคลือบ และน้ำยาขัดพร้อมเคลือบ
ถ้าเป็นการรับบริการตามศูนย์ มักใช้น้ำยาแยกกัน
ส่วนน้ำยาแบบเคลือบเองมักเป็นแบบผสม โดยมีน้ำยาขัดน้อยกว่าน้ำยาเคลือบ
-
-
การเข้ารับบริการเคลือบสีตามศูนย์ทั่วไป ย่อมมีราคาสูง
แต่ก็แลกกับความมั่นใจ และความคงทนของน้ำยาเคลือบ
แต่ก็ควรตรวจสอบราคาและเงื่อนไขในการรับประกันก่อนว่า มีความเหมาะสมหรือไม่
-
เมื่อต้องการซื้อน้ำยาขัดเคลือบด้วยตนเอง ควรทดสอบคุณภาพก่อน
โดยเทน้ำยาเคลือบลงในช้อนโลหะ แล้วลนด้วยไฟที่ด้านล่างของช้อน
หลังจากน้ำยาแห้งแล้ว รอให้ช้อนเย็นประมาณ
10 นาที จึงใช้ผ้าปาดออก
ถ้าน้ำยาหลุดออกหมดแสดงว่าคุณภาพไม่ดี น้ำยาเคลือบสีที่ดี
ควรมีคราบเกาะติดที่ช้อนบ้าง
-
การเคลือบสีด้วยตนเอง
ควรอ่านคุณสมบัติของน้ำยาและขั้นตอนการเคลือบอย่างละเอียด
และการใช้อุปกรณ์ขัดเคลือบสีแบบที่ใช้ตามศูนย์บริการ
ผู้ใช้ต้องมีความชำนาญเป็นพิเศษ ไม่เช่นนั้นแทนที่สีจะเงางาม
อาจกลับเป็นริ้วรอบได้
-
ความสะอาดของห้องโดยสาร
-
ควรดูดฝุ่นเป็นประจำทุกสัปดาห์
นำพรมปูพื้นหรือยางรองพื้นออกมาเคาะฝุ่นออกและผึ่งแดด
เปิดประตูทุกบานและจอดตากแดดทิ้งไว้ประมาณ
1 ชั่วโมง
เพื่อไล่กลิ่นอับและความชื้น
-
ควรทำความสะอาดช่องแอร์บนแผงหน้าปัดเป็นประจำ เพราะหากมีฝุ่นติดอยู่
จะถูกเป่าออกมาพร้อมลม และฟุ้งกระจายอยู่ในห้องโดยสาร
-
การทำความสะอาดเบาะนั่งและแผงประตู ควรใช้น้ำยาเฉพาะ เช่น หนังแท้
หนังเทียม ผ้า หรือกำมะหยี่ ส่วนการใช้น้ำยาเคลือบเงากับเบาะนั่ง พวงมาลัย
และหัวเกียร์ ควรระวังเรื่องความลื่นไว้ด้วย
-
การจับตัวของฝุ่นหรือคราบสกปรกบนกระจกด้านในหรือด้านนอก
มีผลต่อทัศนวิสัยในขณะขับ เพราะทำให้มีการหักเหของแสงได้
จึงควรทำความสะอาดเป็นประจำ โดยใช้ผ้าหรือวัสดุที่อ่อนนุ่ม
เพื่อป้องกันฟิล์มเป็นรอย
-
|
|
|