|
|
-
มารู้จักกับดอกยางลายตัว V
|
|
- มารู้จักกับดอกยางลายตัว V
- ร่องยาง
มีไว้เพื่อให้น้ำที่ถูกหน้ายางกดรีดลงกับพื้นถนนเปียก
กระเซ็นแทรกเข้ามาอยู่ได้ชั่วคราว
และอีกส่วนหนึ่งมีการสะบัดน้ำผ่านออกทางด้านซ้าย-ขวาของแก้มยาง
เพื่อให้หน้ายางหรือยอดของแท่งดอกยาง
สัมผัสแนบกับพื้นถนนโดยมีน้ำแทรกคั่นอยู่น้อยที่สุด
-
-
เมื่อไรที่มีชั้นของน้ำแทรกอยู่ระหว่างหน้ายางกับพื้นถนน
ก็จะมีอาการเหิรน้ำ (HYDROPLANING)
เพราะหน้ายางไม่สัมผัสแนบกับผิวถนน
อาจถึงขั้นเสียการบังคับควบคุมทิศทางก็เป็นได้
-
-
การออกแบบลวดลายของร่องดอกยาง จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการรีดน้ำ
เมื่อต้องขับรถยนต์บนถนนเปียก ลวดลายที่ว่านี้เกี่ยวข้องกับ
-
- 1. แนวเส้น และความกว้างของร่องยาง
เอื้อต่อการสะบัดน้ำอกไปทั้ง 2
ข้างของหน้ายางแค่ไหน
- 2. ความห่างร่องยาง
มีผลต่อปริมาตรที่ยอมให้น้ำแทรกตัวอยู่ ร่องยิ่งกว้าง
ก็เท่ากับมีปริมาตรเผื่อไว้มาก
- 3. ความถี่ของร่อง
มีผลต่อปริมาตรที่เผื่อไว้สำหรับน้ำเช่นกัน ยิ่งมีร่องถี่มาก
ก็ยิ่งมีปริมาตรรวมของร่องยางมาก
และเป็นการแบ่งย่อยพื้นที่ของหน้ายางให้ถี่
จึงช่วยให้รีดน้ำเข้าสู่ร่องยางได้เร็วขึ้น
-
- ทั้งลวดลาย ความห่าง
และความถี่ของร่องยาง นอกจากจะมีผลต่อการรีดน้ำแล้ว
ยังเกี่ยวข้องกับประสิทธิภาพการเกาะถนน และเสียงรบกวนด้วย
เพราะหน้าสัมผัสของยางแต่ละเส้นมีจำกัด ยิ่งมีร่องยางมากเท่าไร
ก็ยิ่งเหลือพื้นที่สัมผัสบนยอดของดอกยางน้อยลงเท่านั้น
-
- ลวดลายถ้าเป็นตัววี
จะช่วยรีดน้ำออกทางด้านข้างได้ดี
เพราะเมื่อหน้ายางกดไล่ลงไป
น้ำย่อมต้องพยายามหนีออกไปจากตรงกลางไล่ออกสู่ด้านข้าง
-
- ข้อสำคัญ คือ ต้องใส่ยางให้ถูกต้อง
เมื่อก้มมองหน้ายางจากด้านหน้ารถยนต์ ต้องเห็นลายดอกยางเป็นรูปตัววี ปกติ
ไม่ใช่วีคว่ำ
-
- ร่องที่เป็นแนวตัววี
และล้อหมุนไปด้านหน้า ก็เท่ากับฐานล่างสุดของตัววี จะสัมผัสพื้นก่อน
กระแทกกับน้ำก่อน แล้วก็รีดลงไปตามการหมุนของยาง
น้ำที่ถูกรีดไล่จากกลางหน้ายาง ก็จะถูกไล่ไหลผ่านร่องของดอกยางแขนทั้ง
2 ของตัววี นั่นเอง นึกเปรียบเทียบง่าย ๆ
เอาน้ำราดบนโต๊ะแล้วเอาฝ่ามือตบลงไป น้ำจะกระเซ็นออกทั้ง 2
ข้าง
-
- ส่วนยางที่ไม่ได้มีลวดลายแนวตัววี
ก็ไม่ใช่ว่าจะรีดน้ำไม่ได้เลย แต่จะรีดได้ดีเฉพาะด้านที่เป็นแนวแขนของตัววี
ที่ถูกต้องเท่านั้น ส่วนอีกแถบหนึ่ง ร่องมีไว้ให้น้ำแทรกตัวเป็นหลัก
ส่วนประสิทธิภาพในการสลัดน้ำออกด้านข้าง มีไม่เท่าร่องตัววีปกติ
-
- ความห่างของร่อง
มีผลต่อการเกิดเสียงรบกวนด้วย เมื่อห่วงการรีดน้ำโดยทำร่องไว้ห่าง
ขอบบนสุดของแต่ละแท่งดอกยางก็จะห่างกัน เสมือนยางมีแท่งยางใหญ่ ๆ
เกาะอยู่รอบ ๆ ไม่ได้กลมต่อเนื่องกันตลอดแนว เมื่อยางหมุน
ขอบของแท่งดอกยางที่ห่างกัน ก็จะหมุนเวียนกันฟาดลงกับถนน เป็นเสียงหอนรบกวน
หากงงก็ให้นึกถึงยางออฟโรดที่มีแท่งดอกยางห่างกันมาก
เมื่อนำมาใช้บนถนนเรียบก็มีเสียงหอนรบกวนมาก
-
- มักพบว่ายางที่มีร่องห่างนี้
เมื่อผ่านการใช้งานไประยะหนึ่ง จะเพิ่มความดังเร็วกว่ายางทั่วไป เช่น
ยางใหม่ล้วนเงียบทุกเส้น เพราะเนื้อนิ่ม และโครงสร้างยังใหม่
แต่พอยางลายตัววี ช่องห่างผ่านไปแค่ 6
เดือนก็เริ่มดังแล้ว พอผ่าน 1 ปียิ่งดังสนั่น
จากความแข็งของเนื้อยางแถว ๆ ขอบของดอกยางที่หมุนฟาดกับถนน
ในขณะที่ยางลายอื่นหรือที่มีร่องถี่ ๆ กว่าจะดังก็อาจเกิน 1
ปี และก็ดังไม่มากเท่า ทั้งที่ความแข็งของเนื้อยางก็พอ ๆ
กัน
-
- ส่วนความถี่ของร่องยาง
ก็มีผลต่อการเกาะถนนในทางโค้งด้วย เพราะยิ่งมีร่องถี่ แท่งดอกยางแคบ
เมื่อมีการออกตัว เบรก หรือเลี้ยวแรง ๆ แท่งดอกยางแคบ ๆ ก็จะโย้ตัวได้ง่าย
เมื่อโย้ตัวแล้ว ยอดของดอกยางบางส่วนก็จะยกตัวขึ้น การเกาะถนนจึงลดลง
หากยังงง ให้นึกถึงยางลบแท่งกว้างกับแท่งแคบ ที่เมื่อลบแล้วจะโย้ตัวต่างกัน
-
- ในเรื่องหน้าสัมผัส
เมื่อวัดความกว้างของหน้ายางจริง
เปรียบเทียบกับยางที่ระบุค่าความกว้างไว้เท่ากัน มักพบว่ายางลายตัววี
จะมีหน้าสัมผัสจริงกว้างกว่า
-
- ยางลายตัว V ดีหรือไม่
- เท่าที่พบในตลาดยางทั่วโลก
ยางที่มีร่องยางเป็นลายตัววี จะมีราคาแพงกว่ายางรุ่นพื้น ๆ
ลายทั่วไปในยี่ห้อเดียวกัน เกือบทุกยี่ห้อดัง ล้วนมียางลายตัววี
อยู่ในกลุ่มยางสมรรถนะสูง และมีราคาแพง โดยมีรุ่นรองลงไปที่เป็นลายพื้น ๆ
-
-
นอกจากผลด้านประสิทธิภาพที่น่าสนใจแล้ว ลวดลายก็มีส่วนช่วยในการเพิ่มราคา
และเพิ่มความน่าสนใจ เพราะจะดูสวยกว่าลวดลายที่ไม่เป็นระเบียบ
-
- ยางแบบนี้มักมีร่องยางกว้างมาก
เพราะต้องการให้มีช่องว่างให้น้ำแทรกตัวได้มาก และร่องยางก็วางอยู่ห่างกัน
ใช้วิธีร่องถี่แต่ไม่กว้าง เพื่อให้แต่ละแท่งของดอกยางมีฐาน
และยอดสัมผัสที่กว้าง จะได้มีพื้นที่สัมผัสจริงมาก ละโย้ตัวยาก
ทำให้มีการเกาะถนนที่ดี จึงมักเห็นยางลายตัววี มีราคาแพง ร่องกว้าง
แต่ไม่ถี่ ดอกแท่งใหญ่ และกว้าง แบ่งเป็นบล็อก ๆ อย่างชัดเจน
และเป็นระเบียบ ส่วนยางที่ไม่ใช่ลายตัววี ดูได้จากลายเส้นโดยรวมของร่องยาง
ที่มักเป็นลายสลับไปมา
-
- ข้อเสียของยางลายตัววี คือ
ราคาแพง ละมักพบว่ามีเสียงรบกวนขณะขับดังกว่ายางลายทั่วไปมาก
เพราะร่องที่ห่างก็ทำให้ขอบแท่งดอกยางที่ห่าง ทยอยหมุนฟาดกับถนนนั่นเอง
รวมทั้งอาจไม่สะดวกในการสลับยางแบบไขว้
เพราะต้องถอดออกจากระทะล้อมาสลับข้างก่อน ไม่สามารถสลับพร้อมกระทะล้อได้
-
- ไม่ใช่บทสรุปว่า
ต้องซื้อยางลายตัววี เพื่อให้ได้ทั้งการรีดน้ำ และการเกาะถนนที่ดี
เพราะอาจเกินความจำเป็น หรือไม่ตรงวัตถุประสงค์การใช้งาน หากขับย่อง ๆ
พอเจอน้ำก็ลดความเร็วลง ร้อยวันพันปีไม่เคยสาดโค้งแรง ๆ มีแต่ประคอง
อย่างนี้จะต้องจ่ายเงินมากขึ้น และทนกับเสียงดังของยางลายตัววีไปทำไม
หรือบางคนต้องการยางเสียงเงียบ เน้นความนุ่มนวล
ส่วนด้านการรีดน้ำและการเกาะถนนไม่เน้นมาก เพราะขับไม่เร็ว อย่างนี้
ก็ควรใช้ยางดอกละเอียดร่องแคบ เป็นแท่งถี่ ๆ ชัดกัน
ไม่แบ่งเป็นบล็อกให้ขอบฟาดถนน
|
|
|