|
|
-
พื้นฐานของถุงลมนิรภัย
|
|
- พื้นฐานของถุงลมนิรภัย
- ผลจากการลดภาษีนำเข้ารถยนต์
ทำให้ตลาดรถยนต์เปิดเสรีมากขึ้น
รูปแบบเปลี่ยนจากตลาดของผู้ขายกลายเป็นตลาดของผู้ซื้อมากขึ้น
ข้อดีในระยะแรกที่ชัดเจนคือ รถยนต์มีราคาถูกลง ไม่ต้องจองกันข้ามปี
มีให้เลือกหลายรุ่น และพนักงานขายก็ง้อผู้ซื้อมากขึ้น
-
-
เมื่อผู้ผลิตแข่งขันกันในหลายด้านแล้ว
อุปกรณ์เสริมความปลอดภัยก็กลายเป็นกลยุทธ์ทางการตลาดต่อมา
ทั้งระบบเบรกเอบีเอส และถุงลมนิรภัย
- ในต่างประเทศ
ถุงลมนิรภัยด้านผู้ขับกลายเป็นอุปกรณ์มาตรฐานไปแล้ว
ส่วนที่มีการโฆษณาจะเป็นด้านผู้โดยสาร แต่ในเมืองไทยถุงลมนิรภัย
กลับกลายเป็นออปชันของรถตัวท็อปในสายการผลิต
หรือก็ต้องในรถระดับราคาระดับล้านบาทขึ้นไป
-
- ถุงลมนิรภัย
เป็นอุปกรณ์ที่ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อให้ใช้ควบคู่กับเข็มขัดนิรภัย
เพื่อให้การป้องกันบริเวณหน้าอกและศรีษะมีประสิทธิภาพสูงสุด
เพราะจุดอ่อนของเข็มขัดนิรภัยจะอยู่ที่หน้าอก
ซึ่งยังมีโอกาสกระแทกกับพวงมาลัยได้ แม้เข็มขัดนิรภัยจะรัดลำตัวแน่นแล้ว
แต่พวงมาลัยก็อาจยุบตัวเข้ามากระแทกศรีษะ และคอก็ยังมีโอกาสสะบัดไป-มาได้
ถุงลมนิรภัยจึงเข้ามาเติมช่องว่างด้านความปลอดภัยในส่วนนี้
-
- การสำรวจในประเทศสหรัฐอเมริกาพบว่า
ถุงลมนิรภัยมีประสิทธิภาพในการลดอัตราการตายของผู้ขับลงประมาณ 18-20
% เปรียบเทียบแล้วพบว่า
ประสิทธิภาพของถุงลมนิรภัยจะมีประมาณครึ่งหนึ่งของเข็มขัดนิรภัย
เรียกว่าเข็มขัดนิรภัยยังเป็นพระเอกอยู่ ส่วนถุงลมนิรภัยมาเป็นพระรอง
-
- ข้อสำคัญคือ
ผู้ขับรถยนต์ที่มีถุงลมนิรภัยแล้วไม่คาดเข็มขัดนิรภัย
ก็ยังมีโอกาสได้รับอันตรายจากถุงลมนิรภัยได้
เนื่องจากถุงลมนิรภัยต้องทำงานอย่างรวดเร็ว และรุนแรง
ให้ทันกับแรงเหวี่ยงของลำตัวที่รวดเร็ว
การออกแบบจึงต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้ขับด้วย
-
-
ก๊าซที่ใช้อัดเข้าสู่ตัวถุงลมนิรภัยด้วยปฏิกิริยาทางเคมีต้องปลอดภัย
สารเคมีที่นิยมใช้กัน คือ โซเดียมเอไซด์ (Sodium Azide)
เมื่อถูกจุดระเบิดทางเคมีแล้ว จะสร้างก๊าซไนโตรเจนขึ้นมา
แล้วไหลเข้าไปบรรจุในถุงลมนิรภัยที่พับตัวอยู่อย่างรวดเร็ว
-
- อากาศที่หายใจกันอยู่นี้
เป็นไนโตรเจน 80% มีออกซิเจนอยู่เพียง 20%
เท่านั้น เพราะฉะนั้น ยืนยันได้ว่า
ก๊าซไนโตรเจนปลอดภัยแน่นอน แต่นอกจากไนโตรเจนแล้ว
ก็ยังมีส่วนประกอบของโซเดียวไฮดรอกไซด์ โซเดียมไบคาร์บอเนต และออกไซด์อื่น
ๆ เกิดขึ้นจากการจุดระเบิดอีกเล็กน้อย สารพวกนี้มีความเป็นด่างอยู่บ้าง
และอาจติดมาตามผิวหนัง และใบหน้าของผู้ที่ปะทะกับถุงลมนิรภัยได้
-
- ถุงลมนิรภัยจะพอง
และยุบตัวลงในเวลารวดเร็วมาก หลายคนยังกลัวว่า
ถ้าถุงลมนิรภัยพองขึ้นมาแล้วหน้าจมค้างอยู่อย่างนั้น จะหายใจไม่ออก
และมองไม่เห็นทางข้างหน้า
ทางผู้ผลิตได้เจาะรูระบายก๊าซขนาดใหญ่ไว้ที่ด้านหลังของถุงลมนิรภัย
ความเร็วของถุงลมนิรภัยขณะพองตัวนั้นสูงกว่า 200 กม.ต่อชม.
เมื่อพองตัวแล้วจะยุบลงเร็วมาก
ใช้เวลาเป็นเศษเสี้ยววินาทีหรือประมาณ 1
วินาทีเท่านั้น ไม่เช่นนั้นใบหน้าคงต้องปะทะกับหมอนนุ่ม ๆ
ที่กลายเป็นหมอนแข็ง ๆ เพราะความเร็วในการปะทะนั่นเอง
-
- การพับการประกอบ
และรูปทรงของถุงลมนิรภัยต้องออกแบบมาดี มิฉะนั้น
จะเหมือนกับเอาถุงไนล่อนมาถูกับผิวหนังด้วยความเร็วสูง
และเกิดรอยไหม้บนผิวหนังได้
-
-
การออกแบบเบาะมีความสำคัญในการเสริมประสิทธิภาพของถุงลมนิรภัย
มีการรายงานถึงลักษณะการบาดเจ็บของสะโพก และขา
ซึ่งเกิดจากตัวผู้ขับลื่นไถลลงไปใต้ถุงลมนิรภัย ศัพท์ทางเทคนิคเรียกว่า
Submarining เป็นที่มาของการออกแบบเบาะที่นั่งแบบ
Antisubmarine ที่จะป้องกันการลื่นไถล
แต่ต้องร่วมกับการคาดเข็มขัดนิรภัยด้วย
-
-
ขาดไม่ได้กับความแข็งแกร่งของตัวรถยนต์ พบว่า
ในปัจจุบันมีการบาดเจ็บบริเวณขาสูงขึ้น
เนื่องจากร่างกายส่วนบนได้รับการปกป้องทั้งจากเข็มขัดนิรภัย และถุงลมนิรภัย
แต่ท่อนขายังมีโอกาสโดนอัดจากเหล็กตัวถัง มีคำกล่าวว่า
ประสิทธิภาพของถุงลมนิรภัยเป็นตัวฟ้องว่า
โครงสร้างของรถยนต์คันนั้นออกแบบมาได้ดีแค่ไหน
เนื่องจากผู้ขับจะรอดจากการบาดเจ็บที่ศรีษะและคอมาได้
แต่อาจเจ็บหนักเพราะขาหัก
-
- วารสารการแพทย์ระยะหลัง
เริ่มมีการรายงานถึงการบาดเจ็บเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่เกิดจากถุงลมนิรภัย
พบบ่อยที่สุดคือ การถลอกของกระจกตา และผิวหนังพองจากการเสียดสี
ซึ่งเมื่อผู้มีอาการรู้สึกตัวควรไปพบแพทย์ทันที
-
-
ผลข้างเคียงอีกอย่างหนึ่งของถุงลมนิรภัย ซึ่งเริ่มมีการรายงานได้แก่
การเกิดผิวหนังอักเสบหรือเยื่อบุตาอักเสบจากด่างที่เกิดจากปฏิกิริยาทางเคมี
สารพวกนี้อาจแสดงอาการในภายหลัง และถ้าทิ้งไว้จะยากต่อการรักษา ดังนั้น
ถ้าผู้ขับรถยนต์โชคดีกึ่งโชคร้ายเดินออกมาจากรถยนต์ที่ถุงลมนิรภัยทำงานแล้วจะรู้สึกแสบตา
ให้รีบล้างตาด้วยน้ำสะอาดปริมาณมาก ๆ เช็ดละอองฝุ่นออกจากผิวหนัง
และควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจสอบอีกครั้ง
-
- ทุกอย่างมีดีก็ต้องมีเสีย
แต่กรณีนี้ข้อเสียน้อยมากเมื่อเทียบกับข้อดี คือ
ถุงลมนิรภัยรักษาชีวิตเราไว้ อย่างไรก็ตาม
ถุงลมนิรภัยเป็นอุปกรณ์ที่ควรต้องศึกษาการใช้งาน
เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด คู่มือประจำรถยนต์เป็นที่พึ่งที่ดี
และระลึกไว้เสมอว่า ถุงลมนิรภัยไม่ใช่แฟชั่นอย่างหนึ่ง
|
|
|