|
|
-
ทำอย่างไรเมื่ออยากขายรถตัวเอง
|
|
- ทำอย่างไร..เมื่อต้องขายรถตัวเอง
- การขายรถคันเดิม
อาจดูเหมือนทำได้ง่าย ถ้าไม่เน้นว่าต้องได้ราคาดีที่สุด
แต่ถ้าอยากได้เงินมากที่สุด บทความนี้อาจมีประโยชน์
-
-
·
เหนื่อยน้อยได้ราคาแย่
เหนื่อยมากได้ราคาดี
- เป็นสัจธรรมง่าย ๆ
คล้ายกับกรณีเสียเงินซื้ออะไรก็ตาม ถ้าเหนื่อยน้อยมักจะซื้อในราคาแพง
แต่ถ้าเหนื่อยมาก ตระเวนเปรียบเทียบราคาไปเรื่อย ๆ ก็มักจะได้ราคาถูก
-
- ถ้าไม่อยากเหนื่อย
แล้วยอมได้เงินน้อยลงไปสัก 1-3
หมื่นบาทในรถที่เหลือราคา ณ วันที่ขายคันละไม่กี่แสนบาท
หรือเงินหายไปเป็นครึ่งแสนในรถที่ราคาแพงกว่านั้น
ก็เปิดหาประกาศคนรับซื้อรถตามหน้านิตยสารหรือหนังสือพิมพ์ได้เลย
บริการมาซื้อถึงที่ สะดวกรวดเร็ว
สามารถรับเงินสดหรือนัดจ่ายเงินที่ธนาคารได้เลย
-
- แน่นอนว่าจะถูกกดราคา
เพราะเขาก็ต้องนำไปขายต่อเอากำไรอีกต่อหนึ่ง แต่ถ้ารถมีสภาพดีจริง ๆ
แล้วต้องการขายอย่างสะดวกแบบนี้ ก็พอจะเล่นตัวดันราคาให้สูงขึ้นได้
(แต่ก็ยังน้อยกว่าประกาศขายเอง)
เพราะปัจจุบันนี้แวดวงผู้ค้ารถมือสองแย่งกันหาซื้อรถกันมาก ถ้านัดหมายหลาย
ๆ รายมารับซื้อพร้อมกัน แล้วรถที่จะขายมีสภาพดี
บางครั้งพบเห็นว่าแทบจะประมูลราคาแย่งกันซื้อเลยก็มี
-
-
·
ประกาศขายเอง
- ได้ราคาดีกวา สะดวกด้วยสารพัดสื่อ
แต่เสียเวลานัดหมาย และอาจหัวเสียจากคำติติงหรือผิดนัด
โดยมีสารพัดวิธีประกาศหาผู้ซื้อ เช่น
- -
ติดประกาศบนกระจกด้านในของตัวรถให้อ่านจากภายนอกได้อย่างชัดเจน
ขับใช้งานตามปกติ มีข้อดี คือ คนเห็นมาก
และคนที่สนใจจะมั่นใจว่ารถมีสภาพดีพอสมควร เพราะมีการใช้งานตามปกติ
แต่อาจดูตลกสำรับบางคน รถหมดสวยด้วยกระดาษปิดกระดาษเลอะเทอะ
- - นำรถไปจอดนิ่งในเส้นทางที่ปลอดภัย
และมีคนสัญจรผ่านไปมา ติดป้ายประกาศขนาดใหญ่ที่กระจก
หรือวางกล่องปิดประกาศพร้อมรายละเอียดสั้น ๆ บนหลังคารถ
- -
แจ้งลงประกาศฟรีในนิตยสารรายสัปดาห์หรือหนังสือพิมพ์
ถ้าอยากเพิ่มความเด่นก็เสียเงิน
แล้วจะได้พื้นที่ประกาศโดยเฉพาะหรือลงรูปให้ด้วย
ค่าใช้จ่ายไม่กี่ร้อยบาทถึงพันกว่าบาทต่อคัน
มีคนเฝ้าหารถมือสองจากสื่อสิ่งพิมพ์ต่าง ๆ นี้เป็นจำนวนมาก
แต่การลงประกาศต้องใจเย็น
เพราะถ้าเป็นนิตยสารรายสัปดาห์ก็ต้องรอตีพิมพ์ออกมาวางแผง
หลังแจ้งลงประกาศไปหลายวัน
- - เว็บไซต์-อินเตอร์เน็ต
เป็นสื่อซื้อขายสินค้ามือสองที่กำลังมาแรง
ได้รับความนิยมทั้งจากผู้ขายและผู้ซื้อ เพราะสะดวกในการลงประกาศ
เกือบทั้งหมดลงประกาศได้ฟรี ยกเว้นต้องการเพิ่มความเด่น
ส่วนใหญ่ลงประกาศปุ๊บก็ขึ้นแสดงผลให้ทันทีเลย รวดเร็ว มีคนดูมาก
และที่สำคัญ เป็นกลุ่มคนที่มีกำลังซื้อด้วย
-
-
·
ตั้งราคาอย่างไร
- ลองให้ผู้ค้ารถมือสองตีราคา
แล้วก็พอเดาได้ว่า ราคาขายจากเจ้าของเก่าถึงมือเจ้าของใหม่โดยตรง
น่าจะได้แพงกว่านั้นไม่น้อยกว่า 10,000-30,000 บาท
-
-
ตรวจสอบราคาขายของรุ่นเดียวกันปีเดียวกันจากสื่อสิ่งพิมพ์ และเว็บไซต์
ซึ่งก็ไม่ใช่ราคาตายตัว เป็นแค่ราคากลางเท่านั้น
เพราะต้องขึ้นอยู่กับสภาพจริงด้วย แล้วนำมาประเมินเพื่อตั้งราคาขาย
-
-
ไม่ต้องตื่นเต้นกับราคาประกาศขายของเต็นท์ ซึ่งส่วนใหญ่แพงสุดขีด
เพราะนั่นเป็นราคาตั้ง ยังลดลงได้อีกพอควร ดังนั้น
ถ้าเจ้าของเดิมเสียเวลาขายเอง
ก็ควรจะได้ทัดเทียมกับราคาของเต็นท์ที่ลดลงสุด ๆ แล้ว
-
- การตั้งราคาไม่ใช่เรื่องง่าย
แต่ท้ายที่สุดก็พอจะเดาได้ว่า ถ้าตั้งแพงเกินไป ก็แทบจะไม่มีคนติดต่อมาเลย
อย่างนั้นก็ต้องลดราคาลง
- การตั้งราคารถมือสองในการขายเอง
ไม่ใช่เรื่องง่าย ถ้าอยากขายได้เร็ว และได้ราคาดี
แต่ก็พอจะอ้างอิงราคาจากแหล่งอื่นด้วยวิธีข้างต้นได้
-
-
·
เตรียมรถอย่างไร
- ไม่ได้แนะนำให้ย้อมแมว
แต่ควรปรับสภาพให้ดีที่สุดเท่าที่ทำได้
ล้างทำความสะอาดทั้งภายนอกภายในให้เนี๊ยบที่สุด
หากมีร่องรอบหลังเกิดอุบัติเหตุเหลือยู่จนน่าเกลียด
ก็ควรส่งไปเข้าอู่ซ่อมสีอย่างประณีต เพราะผู้ใช้ส่วนใหญ่ แม้ทราบดีว่า
ซื้อรถมือสองไปแล้วจะต้องตรวจซ่อมก่อนนำไปใช้งาน
แต่ก็ชอบมากกว่าถ้าสภาพโดยรวมพร้อมใช้เลย
-
- เตรียมเอกสารใบโอน ใบมอบอำนาจ
สำเนาบัตรประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน สมุดจดทะเบียนรถ
โดยถ่ายเอกสารหน้าในของสมุดจดทะเบียนมาไว้กับรถ
เพื่อให้ผู้ที่สนใจซื้อดูรายละเอียด ปีจดทะเบียน เลขตัวถัง
และเลขเครื่องยนต์ ฯลฯ ว่าตรงตามจริงหรือไม่
ส่วนเอกสารตัวจริงทั้งหมดข้างต้นเก็บไว้ก่อน ถ้าตกลงซื้อขายค่อยเอาออกมา
-
-
·
ถ้าจะผ่อน…ยุ่งยาก
- หากผู้ซื้อมีเงินไม่เพียงพอ
ก็ต้องหาแหล่งเงินมาสมทบ หรือไฟแนนซ์นั่นเอง
แม้มีมากมายต้องเสียเวลารอรับเงินส่วนที่เหลือไม่ต่ำกว่า 10
วัน จากขั้นตอนต่าง ๆของไฟแนนซ์ ทั้งเริ่มทำเรื่อง
ตรวจสอบสถานะสภาพผู้ซื้อ-ผู้ค้ำประกัน รออนุมัติ
นำรถยนต์ไปโอนที่กรมการขนส่งทางบก รอรับเช็คหลังจากนั้นอีก 2-5
วัน
-
-
ผู้ขายหลายคนที่ขายรถราคาหลายแสนบาทขึ้นไป
ซึ่งมีแนวโน้มว่าคนที่สนใจส่วนใหญ่จะไม่มีเงินสดครบตามราคา
จึงหันมาขายให้ผู้ค้ารถยต์ที่มีเงินสดมาจ่ายถึงที่พร้อมกับรับเอกสารต่าง ๆ
ใบโอนลอย และรับรถไปเลย ซึ่งสะดวก และฉับไวกว่า
-
-
·
เทิร์นคันเก่าแล้วซื้อคันใหม่
- ในกรณีที่ซื้อรถใหม่
การเทิร์นรถคันเก่าเพื่อซื้อคันใหม่ อาจได้ราคาไม่สูงนัก
เพราะรถใหม่แต่ละคันกำไรน้อย
รถที่รับเทิร์นเข้าไปก็ต้องเอาไปขายต่อแล้วไม่ขาดทุนจากราคาที่รับเทิร์น
-
-
แต่สำหรับการเทิร์นคันเก่าเพื่อซื้อรถมือสอง
อาจได้ราคาดีไม่น้อยกว่าการขายเองเท่าไรนัก และสะดวกกว่าด้วย
ถ้าพอดีว่ารถมือสองคันนั้นเขาอยากขายหรือมีกำไรมาก
ก็สามารถเอาถัวเฉลี่ยกับการซื้อคันที่เทิร์นในราคาแพงได้
-
- การขายรถคันเดิมไม่ใช่เรื่องซับซ้อน
แต่ต้องจำไว้ว่า … เหนื่อยน้อยได้ราคาแย่
แต่ถ้าเหนื่อยมากได้ราคาดี
-
|
|
|