|
|
-
เทคนิคเลือกซื้อรถปิกอัพ
|
|
- เทคนิคเลือกซื้อรถปิกอัพ
- ปิกอัพที่ก้าวไกลทั้งเทคโนโลยี
และเต็มไปด้วยการแข่งขัน มีให้เลือกหลากรุ่นหลายยี่ห้อ
สารพัดรายละเอียดทางเทคนิค ย่อมทำให้เกิดความสับในในการเลือกซื้อขึ้นได้
เลือกอย่างไรให้คุ้มค่าให้ตรงจุดประสงค์ที่แท้จริง
-
- พัฒนาการทางเทคโนโลยี
- ปิกอัพไทย
แม้มีพื้นฐานมาจากการเป็นรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ และเพื่อการขนส่ง
แต่ด้วยความนิยม และลักษณะการใช้งานของคนไทย
ส่งผลให้แนวทางการพัฒนาปิกอัพทุกยี่ห้อพลิกผัน
กลายเป็นยานยนต์เอนกประสงค์อย่างเต็มตัวไปแล้ว
- นั่งก็ได้ บรรทุกก็ดี
แรงเร็วไม่แพ้รถเก๋ง และที่สำคัญคือ ราคาก็แพง
โดยถูกกว่าเก๋งแบบคอมแพ็กต์ซีดานเพียงนิดเดียวเท่านั้น
- เมื่อมีราคาแพง
และมีกรแข่งขันในการพัฒนาเทคโนโลยีกันดุเดือด
ก็ย่อมเกิดความสับสนใจการเลือกซื้อได้ง่าย
-
- ตั้งหลักเลือก
- เลือกซื้อปิกอัพรุ่นใด
ให้คุ้มค่าเงินที่สุด…?
คำถามที่พบได้บ่อยครั้ง
เพราะใคร ๆ ก็อยากจ่ายเงินอย่างคุ้มค่า
แต่คำถามนี้เป็นการถามโดยไม่ได้ฉุกคิดว่า
รถทุกประเภททุกรุ่นย่อมมีจุดด้อยจุดเด่นแตกต่างกัน ไม่มีดีโดยรวม
หรือดีทุกด้านเหนือกว่ารุ่นอื่นทั้งหมด
-
อย่าเพิ่งรีบท้วงกันตั้งแต่เริ่มต้นว่า ก็มีเงิน
แต่ไม่มีความรู้เรื่องรถยนต์ แล้วจะไปรู้รายละเอียดได้อย่างไรว่า
ปิกอัพรุ่นใดมีจุดเด่นจุดด้อยอย่างไร
จริงที่คนส่วนใหญ่ซึ่งกำลังจะตัดสินใจซื้อ ไม่มีความรู้ลึกล้ำเพียงพอว่า
รถรุ่นไหนมีอะไรเด่นมีอะไรด้อย จึงต้องหาข้อมูลมาจากคนอื่น แต่ลึก ๆ
ก็มีความต้องการรายละเอียดอยู่ในใจ
-
- ลองตั้งหลักใหม่ ถามตัวเองว่า
เน้นคุณสมบัติด้านใดเป็นพิเศษ และด้านใดรองลงมา เช่น เน้นประหยัด
ชอบห้องโดยสารกว้าง อยากได้แรง ๆ เน้นศูนย์บริการดีอะไหล่ถูก
หรือต้องการบรรทุกหนักมาก ๆ ได้ดี ฯลฯ
- ระลึกไว้ว่า
ปิกอัพก็เหมือนกับรถยนต์นั่ง ไม่มีรุ่นใดเด่นครบไปทุกคุณสมบัติ เช่น
แรงแต่ประหยัด ห้องโดยสารก็กว้าง ศูนย์บริการเพียบหรืออะไหล่ราคาถูก
-
- ดังนั้น
จึงจำเป็นต้องสรุปความต้องการที่แท้จริงของตนเองให้ได้ก่อน
ยกเว้นจะซื้อมาใช้งานทั่วไป ไม่ได้เน้นอะไร ขอให้ไม่เสียกลางทาง
พาไปถึงจุดหมายได้ก็พอ อย่างนั้น ซื้อรุ่นที่ได้รับความนิยมในตลาดกันมาก ๆ
ก็พอได้ และไม่ต้องเสียเวลาเฟ้นหา
-
การเลือกซื้อปิกอัพรุ่นที่ได้รับความนิยมอย่างมากในตลาด ไม่ได้หมายความว่า
จะเป็นรุ่นที่มีคุณสมบัติต่าง ๆ เด่นไปทั้งหมด
เพราะยอดการจำหน่ายรถยนต์ในไทย ไม่ได้มีตัวแปรอยู่ที่คุณภาพเท่านั้น
-
หลายคนซื้อตามกระแสสังคมหรือซื้อตามความรู้สึกนึกคิดไปเอง เช่น
ดีไม่ดีหรือตรงกับความต้องการหรือไม่ เรื่องนี้ไม่ทราบ
แต่เห็นคนใช้กันเกลื่อนถนนหรือใคร ๆ ในหมู่บ้านก็ซื้อใช้กัน ก็เลยซื้อตาม
เพราะเดาไปเองว่า รุ่นนั้นต้องมีอะไรดีแน่ ๆ ถึงได้รับความนิยม
- ในความเป็นจริง
คนที่ซื้ออาจเน้นความประหยัดน้ำมันเป็นสำคัญ
แต่คัวเราเองมีความต้องการในเรื่องสมรรถนะ และความแรง
ไม่ค่อยสนใจความประหยัด เพราะขับวันละไม่กี่สิบกิโลเมตร
ถ้าไปเลือกตามกระแสสังคมก็คงผิดหวัง
-
- ในเมื่อมีจุดเด่นก็ต้องมีจุดด้อย
เมื่อเฟ้นหาปิกอัพรุ่นที่มีคุณสมบัติเด่นตรงใจได้แล้ว
ก็ต้องทำใจกับจุดด้อยอื่น ๆ ให้ได้
ไม่ใช่มีจุดเด่นแล้วจะไม่ยอมให้มีจุดด้อย
-
- หลังจากสรุปความต้องการได้แล้ว
แม้ไม่ง่ายเลยที่จะหาข้อมูลว่า
ปิกอัพรุ่นใดมีคุณสมบัติตรงตามความต้องการของตนเอง
แต่ก็ไม่ถือว่ายากนักในยุคแห่งข้อมูลข่าวสาร เช่น ถามคนรู้จักที่เคยใช้
ถามในสารพัดสื่อมวลชนที่มีหลายแขนง
-
-
ควรถามให้มากคนมากแหล่งที่สุดเท่าที่ตัวเองสะดวก
เพราะไม่มีอะไรยืนยันได้ว่า ข้อมูลนั้นจะไม่ผิดเพี้ยน
บางคนตอบโดยบริสุทธิ์ใจ แต่ไม่รู้จริง ตอบตามความรู้สึกของตนเอง
บางคนเอนเอียงเพราะใจขอบอยู่แล้ว
- จำไว้ว่า
ไม่มีปิกอัพยี่ห้อใดดีที่สุด แต่จะมีดี และเหมาะกับแต่ละคน
ที่มีความต้องการแตกต่างกันออกไป
-
- ตัวถังแบบใด
- ไม่มีแค็บ, 2
ประตูมีแค็บ หรือ 4
ประตูตัวกระบะสั้น หรือล่าสุด
แบบบานแค็บเปิดได้ ไม่ว่าแบบใด
ควรเลือกตามลักษณะการใช้งานที่แท้จริงหรือเลือกตามการขายต่อ
- ถ้าเลือกตามการใช้งาน
ก็ต้องเป็นตัวถังแบบไม่มีแค็บ ราคาถูก กระบะยาว บรรทุกสัมภาระได้สะใจ
เหมาะสำหรับใช้ขนส่งสินค้าอย่างจริงจัง ตัวถังไม่มีส่วนแค็บให้เกะกะ
ตัวกระบะมีช่วงยาว แต่กาขายต่อจะยาก และราคาตกกว่าแบบมีแค็บหรือ
4
ประตู
- ตัวถัง
2
ประตูแบบมีแค็บ มีความเอนกประสงค์ และได้รับความนิยมที่สุด
เพราะพอจะนั่งอัด ๆ กันได้หลังเบาะหน้า รวมแล้วพอไปได้ 5
คน
ตัวกระบะด้านหลังมีความยาวมากพอจะบรรทุกสัมภาระได้เหลือเฟือ การขายต่อสะดวก
และได้ราคาดี
-
- ตัวถัง
4
ประตู ตัวกระบะสั้น เน้นการใช้งานในห้องโดยสาร
แม้นั่งเบาะหลังแล้วไม่สบายเท่ารถเก๋ง แต่ก็สะดวกกว่าแบบ 2
ประตู มีแค็บ ห้องโดยสารมี 4
ประตูทำให้ตัวกระบะสั้นลง บรรทุกของได้น้อย การขายต่อได้ราคาดี
แต่ขายต่อไม่ง่ายเท่ากับแบบ 2 ประตูมีแค็บ
ซึ่งมีราคาถูกกว่า และใช้งานได้เอนกประสงค์ทั้ง 2
ด้านพอ ๆ กัน นั่งก็พอได้ บรรทุกก็ได้มาก
-
- ทำใจกับจุดด้อยพื้นฐาน
-
นอกจากจุดด้อยของปิกอัพแต่ละยี่ห้อที่แตกต่างกันแล้ว ยังต้องทราบไว้ด้วยว่า
ปิกอัพทุกรุ่นทุกยี่ห้อ
ล้วนมีจุดด้อยขั้นพื้นฐานเหมือนกันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
-
-
เพราะปิกอัพเกิดมาบนพื้นฐานของรถยนต์เพื่อการขนส่ง
แม้จะมีการพัฒนานำสารพัดเทคโนโลยี และความสะดวกสบายเพิ่มเข้าไป
เพื่อเอาใจผู้บริโภคที่นำไปใช้งานกึ่งรถเก๋ง ไม่ได้บรรทุกจริงจัง
แต่ไม่ว่าจะพัฒนาไปมากแค่ไหน ก็ยังได้แค่ขยับเข้าไปใกล้ ๆ รถเก๋งเท่านั้น
ไม่สามารถเท่าเทียมได้
100%
โดยเฉพาะด้านความนิ่มนวล การทรงตัว และการบังคบควบคุม
เพราะพื้นฐานของช่วงล่างที่ต้องออกแบบไว้เผื่อการบรรทุก
-
- เทคโนโลยีสูง น่ากลัวหรือไม่
- ด้วยกระแสการแข่งขันทางการตลาด
และการควบคุมมลพิษของทางราชการ
ทำให้ปิกอัพไทยมีเทคโนโลยีใหม่มาใช้อย่างต่อเนื่อง
รถเก๋งมีอะไรปิกอัพก็ไม่น้อยหน้า เอบีเอส แอร์แบ็ก เทอร์โบ
หัวฉีดอิเล็กทรอนิกส์ และคอมมอนเรล หลายคนจึงระแวงว่า อะไรที่ไฮเทค
ถ้าเสียแล้วจะซ่อมยาก หรือซ่อมแพง
-
- ในกรณีของเทคโนโลยียานยนต์
อย่างเมื่อ
10 กว่าปีก่อน
เครื่องยนต์เบนซินหัวฉีดอิเล็กทรอนิกส์เพิ่งเริ่มแพร่หลายในเมืองไทย
ทั้งผู้ซื้อ และช่างก็หวาดกลัว เรื่องความจุกจิก และการซ่อมแซม
-
- แต่พอวันเวลาผ่านมาจนถึงปัจจุบัน
กลับตาลปัตรแล้วว่า ถ้าใครจะซื้อรถยนต์มือสองอายุ
10-15
ปี ซึ่งมีทั้งรุ่นใช้เครื่องยนต์หัวฉีดหรือคาร์บูเรเตอร์
ก็มักจะเลือกรุ่นหัวฉีด หรือช่างซ่อมรถในปัจจุบัน กลับเมินหน้าหนี
เมื่อเจอเครื่องยนต์คาร์บูเรเตอร์
-
- กรณีของปิกอัพก็เช่นเดียวกัน
หลายเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่แต่ก่อนคนไทยกลัว
กลับเป็นเรื่องปกติและเป็นที่ต้องการ เมื่อก่อนไม่มีเทอร์โบ
พอเริ่มมีก็กลัวว่าพังง่าย แต่ในปัจจุบัน ถ้าไม่มีเทอร์โบกลับไม่ชอบ
เพราะกลัวไม่แรง หรือเอบีเอส และแอร์แบ็ก ก็เรียกร้องว่าควรมี
-
- เทคโนโลยีใหม่ ๆ แม้ทราบกันดีว่า
ถ้าพังก็ต้องเสียเงินซ่อมแพง แต่ก็ควรยอมรับกันได้
เพราะแลกได้กับประสิทธิภาพ และความปลอดภัยที่มีมากกว่าตลอดการขับ
-
- ดีกว่าเน้นซ่อมถูก แต่ประสิทธิภาพต่ำ
ต้องทนใช้อยู่ตลอด เพราะตราบใดที่โลกยังหมุนไป เทคโนโลยีใหม่ ๆ
ย่อมเกิดขึ้นเสมอ อย่างปิกอัพไทย ไม่น่าเกิน
3 ปี
รุ่นสูงสุดของแต่ละยี่ห้อ
น่าจะเปลี่ยนมาใช้เครื่องยนต์หัวฉีดอิเล็กทรอนิกส์ หรือคอมมอนเรล
อัดอากาศด้วยเทอร์โบมีกำลังแถว ๆ 150
แรงม้า
-
- มลพิษ เรื่องใกล้ตัวที่ถูกเมิน
- การเลือกซื้อปิกอัพ
คนส่วนใหญ่มักสนใจคุณสมบัติของตัวรถที่สัมผัสได้ เช่น แรงไหม เร็วไหม
กินน้ำมันเท่าไร เกาะไหม นุ่มแค่ไหน เพราะจ่ายเงินตั้งหลายแสนบาท
ก็ต้องขอความคุ้มค่าที่ตรงใจ และใช้ได้จริง
-
-
แต่แทบไม่มีใครสนใจในการตัดสินใจซื้อเลยว่า ปิกอัพรุ่นนี้
ผ่านมาตรฐานไอเสียระดับใด ผ่านแค่มาตรฐานที่ราชการกำหนด
หรือผ่านในระดับที่สะอาดกว่ากำหนด
-
- ไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะไม่สนใจ
เพราะคนส่วนใหญ่ในชาติใด ๆ ก็เป็นเช่นนั้น
ราชการจึงมีหน้าที่ตั้งกฎข้อบังคับออกมา
เพื่อไม่ให้อากาศของลูกหลานเราในอนาคต มีมลพิษปะปนอยู่มากเกินไป
-
- หากคิดว่าเป็นเรื่องไกลตัว
ลองหาโอกาสไปยืนริมถนนกลางเมืองที่มีการจราจรติดขัด มีตึกบังอยู่รายรอบ
ลมไม่ค่อยหมุนเวียน แล้วลองนึกเปรียบเทียบกับเมื่อ
10
ปีที่แล้วว่า ความสะอาดของอากาศที่ผ่านจมูกเข้าไป
แตกต่างกันแค่ไหน
-
-
หากจะนำระดับของมาตรฐานไอเสียเป็นตัวแปรหนึ่งในการตัดสินใจ
ก็นับเป็นเรื่องที่ดี เพราะอากาศไม่ได้เป็นของคนรุ่นเรา
แต่เป็นมรดกของลูกหลานที่ไม่ใช่ว่าเราจะทำลายยังไงก็ได้ แต่ ณ วันนี้
เป็นการขอยืมอากาศของลูกหลานมาใช้ต่างหาก
-
- ไม่ต้องเรียนรู้ลึก ๆ ให้ปวดหัวว่า
มาตรฐานไอเสียระดับใด ต้องมีก๊าซพิษแต่ละตัวเท่าไรต่อเท่าไร ดูง่าย ๆ
ก็พอว่า ผ่านมาตรฐานไอเสียยูโรป สเตปเท่าไร เพราะไทยอ้างอิงตามยุโรป
ตัวเลขของสเตปยิ่งมาก แสดงว่า เป็นมาตรฐานระดับใหม่
และไอเสียต้องสะอาดกว่าตัวเลขระดับน้อย ๆ
-
-
-
-
|
|
|