|
|
-
ท่านั่งนั้น
|
|
- ท่านั่งนั้น...สำคัญไฉน
-
การปรับตำแหน่งเบาะเบาะนั่งที่ดีควรปรับได้อย่างน้อย
3
จุด คือ ระยะของเบาะนั่ง มุมเอียงของพนักพิง และระดับสูง-ต่ำของหมอนรองศีรษะส่วนการปรับระดับสูง-ต่ำของเบาะนั่ง
มุมเอียงของ
หมอนรองศีรษะและพนักพิงช่วยให้ผู้ขับมีความสะดวกสบายมากขึ้นการปรับเบาะนั่งให้ได้ระยะที่เหมาะสม
สำหรับรถยนต์เกียร์ธรรมดาทำได้โดย ใช้ฝ่าเท้าซ้ายเหยียบแป้นคลัตช์ให้สุด(อย่าใช้ปลายเท้าเหยียบคลัตช์)จากนั้นเลื่อนเบาะให้หัวเข่าซ้ายงอเล็กน้อย
-
- สำหรับรถยนต์เกียร์อัตโนมัติ
ซึ่งไม่มีแป้นคลัตช์ ให้ใช้เท้าซ้าย เหยียบลงบนแป้นพักเท้าหรือพื้นรถยนต์
และใช้ฝ่าเท้าขวาเหยียบแป้นเบรกจากนั้นเลื่อนเบาะให้หัวเข่าขวางอเล็กน้อย
- การปรับมุมเอียงของพนักพิง
ให้ใช้มือซ้าย-ขวาจับพวงมาลัย ที่ตำแหน่ง 9
และ 3 นาฬิกา หรือ 10
และ 2
นาฬิกาและปรับตำแหน่งพนักพิงเอนไปด้านหลัง กระทั่งข้อศอกทั้ง 2
ข้าง หย่อนเล็กน้อย ลองเลื่อนมือไปจับพวงมาลัยในตำแหน่ง
12
นาฬิกาแขนต้องเกือบเหยียดตึงโดยไม่ต้องโยกตัวขึ้นมา หรือแบบมือพาดลงไป
วงพวงมาลัยต้องอยู่บริเวณข้อมือจึงจะเป็นตำแหน่งที่เหมาะสมต่อการขับมากที่สุด
-
หมอนรองศีรษะไม่ได้มีไว้ให้หนุนขณะขับ แต่ช่วยลดอาการบาดเจ็บ บริเวณต้นคอ
หากเกิดอุบัติเหตุ โดยเฉพาะการถูกชนท้ายที่ศีรษะจะสะบัดไปด้านหลัง
การปรับระดับของหมอนรองศีรษะที่เหมาะสม
ควรปรับให้ขอบบนของหมอนรองศีรษะอยู่ระดับใบหูด้านบนถ้าหมอนรองศีรษะสามารถปรับระดับมุมเอียงได้
ควรปรับให้ใกล้ศีรษะ มากที่สุด เพื่อลดการสะบัดของศีรษะเมื่อถูกชนท้าย
-
- การปรับตำแหน่งพวงมาลัย
-
รถยนต์ส่วนใหญ่ที่พวงมาลัยสามารถปรับได้ มักเป็นการปรับระดับสูง-ต่ำ
ไม่ควรปรับไว้ต่ำเกินไปจนส่วนล่างของวงพวงมาลัยติดกับต้นขารถยนต์ราคาแพงบางรุ่น
พวงมาลัยสามารถปรับระยะใกล้-ไกลได้ด้วย
ไม่ควรปรับไว้ไกลเกินไปจนต้องเหยียดแขนตึง
เพราะอาจเกิดความเมื่อยล้าและลดความฉับไวในการบังคับทิศทาง
หรือใกล้เกินไปเพราะอาจได้รับอันตรายเมื่อถุงลมนิรภัยทำงาน
-
- การปรับมุมกระจกมองข้างและกระจกมองหลัก
- กระจกมองข้างซ้าย-ขวา
ส่วนใหญ่สามารถปรับได้ 4 ทิศทาง คือ บน-ล่าง
และซ้าย-ขวา
การปรับไม่ควรให้เห็นตัวถังด้านข้างมากเกินไปเพราะจะเป็นการลดมุมมองด้านข้าง
และควรปรับให้เป็นแนวขนาน ไม่ก้มหรือเงยมากเกินไป
ส่วนกระจกมองหลังควรปรับให้เห็นด้านหลังให้มากที่สุด
และเอียงไปเห็นพื้นที่ด้านซ้าย ของรถยนต์ด้วย
โดยเมื่อนั่งในท่าปกติแล้วมองกระจกมองหลังไม่ควรเห็นศีรษะของผู้ขับ
-
- ท่านั่ง
-
การปรับตำแหน่งเบาะนั่งที่เหมาะสมจะหมดความสำคัญ
ถ้าผู้ขับนั่งในลักษณะที่ไม่ถูกต้อง
ผู้ขับหลายคนปรับเบาะได้ถูกต้องแล้วแต่พยายามโยกตัวมาด้านหน้า
เพื่อให้มองเห็นปลายของฝากระโปรงหน้า หรือวัยรุ่นที่ชอบปรับเบาะให้เอนมากๆ
แล้วชะโงกตัวขึ้นมาโหนพวงมาลัย แผ่นหลังจึงไม่สัมผัสพนักพิงอย่างเต็มที่
ทำให้สูญเสียความฉับไว และแม่นยำในการควบคุมรถยนต์
เมื่อจะมองกระจกมองข้างและกระจกส่องหลัง ก็ต้องเบนแนวสายตามากขึ้น
รวมทั้งเกิดความเมื่อยล้าเมื่อนั่งเป็นเวลานาน
- ที่ถูกต้อง
ตลอดการขับแผ่นหลังต้องพิงพนักเต็มที่
แม้จะมองไม่เห็นปลายของฝากระโปรงหน้าก็ตามเพราะรถยนต์ยุคใหม่มักออกแบบฝากระโปรงหน้าให้ลาดเท
เพื่อผลทางหลักอากาศพลศาสตร์ ชะโงกอย่างไรก็เห็นได้ยาก
-
|
|
|