15 คำถามเกี่ยวกับถุงลมนิรภัย 
เกร็ดควรรู้เกี่ยวกับฟิล์มกรองแสง
เครื่องยนต์
เครื่องหลวม
เทคนิคเลือกซื้อรถปิกอัพ
เทคนิคการเลือกซื้อเครื่องยนต์ เก่า
เทคนิคการขับรถในสภาพทางต่าง ๆ
เทคนิคการปฏิบัติ หลังซื้อเครื่องยนต์จากเชียงกง
เบรกอย่างไรให้ปลอดภัย
เมื่อไรควรเปลี่ยนยาง
เรียนรู้เทคนิคขับรถเอาตัวรอดยามฉุกเฉิน
เรียนรู้การประกันภัยแบบใหม่
เรื่องการเกาะถนนของยางรถ
เรื่องของเบรกที่ควรทราบ
เรื่องของเบาะ
เรื่องยุ่ง ๆ ของลมยาง
เรื่องยุ่ง ๆ ของสปริง
เอาตัวรอดจาก10เหตุที่เจอบ่อย
แก้ไขอย่างไรเมื่อเครื่องโอเวอร์ฮีท
แบบทดสอบเพื่อขอรับใบอนุญาตขับรถ
โช้พอัพแก๊ส
ใช้เกียร์อัตโนมัติให้เป็น
ใช้รถขับหน้าให้ทนทาน
ไฟ
ไม่ใช้เข็มขัดนิรภัยเกิดอะไรขึ้น
กฏหมายเกี่ยวกับรถยนต์
กรมการขนส่งทางบกกำลังเตรียมปรับอัตราภาษีป้ายทะเบียนรถยนต์ประจำปี
กลวิธีซื้อรถมือสอง
การเลือกและใช้น้ำมันเครื่อง
การเลือกและใช้ยางรถ
การจับพวงมาลัยอย่างถูกวิธี
การดูแล และการพ่วงแบตเตอรี่
การล้างหม้อน้ำ
ข้อคิดที่อาจมองข้ามเมื่อจะซื้อรถใหม่
ขับรถให้ปลอดภัยในหน้าฝน
ขับรถอย่างไรให้ประหยัด
ขับอย่างมีมารยาทและน้ำใจบนท้องถนน
ความเร็วและอัตราเร่ง
ความปลอดภัยเริ่มตั้งแต่ยังไม่สตาร์ท
จับพวงมาลัยให้ถูกต้อง
จุดด้อยที่ถูกมองข้ามของ
ซื้อรถใหม่ต้องทำอะไรเพิ่ม
ดาวน์รถ
ตัวเลขประหยัดน้ำมันฯเชื่อได้หรือไม่
ทางเลือกของการซ่อมรถ
ท่านั่งนั้น
ทำอย่างไรเมื่อเครื่องยนต์ดับ
ทำอย่างไรเมื่อขึ้นโชว์รูมซื้อรถใหม่
ทำอย่างไรเมื่อยางรั่วหรือแบน
ทำอย่างไรเมื่ออยากขายรถตัวเอง
ปัญหาของคลัตช์และทางแก้
ผลกระทบจากถุงลมนิรภัย
พ่นกันสนิม
พรบ.
พื้นฐานเรื่องเครื่องยนต์ที่ควรรู้
พื้นฐานของถุงลมนิรภัย
มาเตรียมตัวก่อนการขับรถทางไกลกันเถอะ
มารู้จักกับดอกยางลายตัว V
รถบ้าน
รถป้ายแดงหรือมือสองดีเอ่ย
รายละเอียดบนแก้มยาง
รู้ทันเกียร์ยุคใหม่
รู้ทันลูกเล่น อู่
ล้างรถยนต์ให้ถูกวิธี
สลับยางรถยืดอายุ
สัญญาซื้อขายรถ(มัดจำ)
สัญญาณบอกอาการรถ
สัญญานไฟใช้ให้ถูกมารยาทและปลอดภัย
สารพัดของเหลวในรถยนต์
สี่งที่ต้องทำหลังซื้อรถมือสอง
หัวเทียนบอกสุขภาพเครื่องยนต์
 
จับพวงมาลัยให้ถูกต้อง
จับพวงมาลัยให้ถูกต้อง
พวงมาลัย อุปกรณ์หลักในการบังคับทิศทางของรถ การจับพวงมาลัยอย่างถูกวิธี และถูกตำแหน่ง จึงเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญในการเพิ่มความปลอดภัย
 
อย่าเพิ่งคิดว่าเป็นเรื่องพื้น ๆ ที่รู้อยู่แล้ว แค่จับพวงมาลัยไม่เห็นมีอะไรซับซ้อน จับตามวิธีและตำแหน่งที่ตนเองถนัดก็พอ ทั้งที่ความจริงแล้ว การจับพวงมาลัยตามถนัด อาจไม่ใช่การจับที่ถูกต้องตามหลักการด้านความปลอดภัยในการขับขี่รถยนต์ก็เป็นได้
 
 การจับพวงมาลัยผิดตำแหน่ง
ผู้ขับรถคนไทยส่วนใหญ่ มักไม่เห็นความสำคัญของการจับพวงมาลัย จึงมีการปฏิบัติแบบผิด ๆ ต่อเนื่องกันมา โดยมีสาเหตุจาก
- ขาดการฝึกฝนอย่างถูกวิธี ทั้งจากโรงเรียนสอนขับรถยนต์ และหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง
- เน้นความสบายและผ่อนคลายเป็นหลัก
-          คิดว่าจับพวงมาลัยแบบไหน ก็ไม่เห็นเกิดอุบัติเหตุ
 
การจับพวงมาลัยผิดตำแหน่งมีหลากหลายรูปแบบ ที่พบบ่อย คือ
- จับด้านบนของพวงมาลัยตำแหน่ง 12 นาฬิกา
- วางมือทั้ง 2 ข้างไว้บนตัก แล้วจับพวงมาลัยที่ตำแหน่ง 6 นาฬิกา
- สอดแขนทั้ง 2 ข้างเข้าไปในวงพวงมาลัย ข้อมือพาดอยู่แถวก้าน วางมือไว้บนคอพวงมาลัย
- จับที่ก้านพวงมาลัยด้านซ้าย-ขวา
- จับด้วยมือขวาข้างเดียว ข้อศอกขวาท้าวขอบหน้าต่าง หรือที่ท้าวแขนบนบานประตู
- จับด้วยมือซ้ายข้างเดียว ข้อศอกซ้ายพาดอยู่บนที่ท้าวแขน
 
 ที่ถูกต้อง 3 และ9 หรือ 2 และ10
ตำแหน่งการจับพวงมาลัยที่ถูกต้อง เมื่อเปรียบเทียบกับตำแหน่งของตัวเลขบนหน้าปัดนาฬิกา ก็จะเข้าใจง่ายขึ้น เพราะเป็นทรงกลมเหมือนกัน
                                               
มือขวาควรจับวงพวงมาลัยที่ตำแหน่ง 3 นาฬิกา และมือซ้ายจับที่ตำแหน่ง 9 นาฬิกา สังเกตว่ามือทั้ง 2 ข้างอยู่ในแนวเส้นตรงเดียวกันที่ขนานกับพื้น อยู่บริเวณกึ่งกลางวงพวงมาลัย จึงสามารถหมุนพวงมาลัยได้อย่างแม่นยำ และฉับไว ทั้งหมุนไปทางซ้ายหรือขวา บางคนอาจจับสูงขึ้นมาอีกนิด แต่ไม่ควรเกินตำแหน่งมือขวาที่ 2 นาฬิกา มือซ้ายที่ 10 นาฬิกา โดยรวมแล้ว แนะนำให้จับตำแหน่ง 3 – 9 นาฬิกา จะเหมาะสมกว่า
 
ถ้าสังเกตสักนิดจะพบว่า พวงมาลัยส่วนใหญ่จะผลิตมาเอื้อต่อการจับที่ตำแหน่ง 3-9 นาฬิกา โดยมีหลุมตื้น ๆ หรือเป็นร่องตื้น ๆ บริเวณปลายก้านที่ต่อกับวงพวงมาลัย เพื่อให้วางนิ้วโป้งได้อย่างพอเหมาะ
 
 มีแอร์แบ็กยิ่งต้องระวัง
ในกรณีที่พวงมาลัยมีแอร์แบ็ก ควรจับพวงมาลัยที่ตำแหน่ง 3-9 นาฬิกา เมื่อเกิดอุบัติเหตุแล้วแอร์แบ็กพองตัว แขนทั้ง 2 ข้างจะได้สะบัดออกด้านข้าง หลักทางให้แอร์แบ็กรองรับร่างกายช่วงบนได้ แต่ถ้าจับพวงมาลัยที่ตำแหน่ง 2 – 10 นาฬิกา แขนทั้ง 2 ข้างอาจจะสะบัดเฉียงขึ้น ขวางการพองตัวของแอร์แบ็กได้
 
 พิสูจน์ง่าย ๆ ด้วยตนเอง
ถ้าใครคิดว่าจับพวงมาลัยแบบไหนก็หมุนได้เหมือนกัน ทดลองง่าย ๆ ด้วยการจับพวงมาลัยในตำแหน่งที่ถูกต้องแล้วหมุนไปมา หรือจะหาที่โล่ง ๆ และปลอดภัยเพื่อทดลองขับก็ได้ เปรียบเทียบการจับพวงมาลัยแบบผิด ๆ
 
ถ้าไม่เข้าข้างตัวเองเกินไปก็จะพบว่า การจับพวงมาลัยในตำแหน่งที่ถูกต้อง จะทำให้หมุนได้อย่างฉับไว รวมทั้งควบคุมน้ำหนัก และทิศทางได้แม่นยำกว่า
 
 จับ 2 มือเมื่อล้อหมุน
สำหรับการขับรถยนต์ทางเรียบในทุกสถานการณ์ ควรใช้นิ้วโป้งเกี่ยวเพิ่มความกระชับด้วยเสมอ จะเกี่ยวลึกหรือเกี่ยวไว้เล็กน้อยก็ยังดี (หากขับบนทางวิบาก ไม่ต้องใช้นิ้วโป้งเกี่ยว เพราะพวงมาลัยจะสะบัดบ่อย) ส่วนนิ้วที่เหลือก็กำให้แน่นพอประมาณ ไม่ต้องแน่นจนเกร็ง แต่ก็ต้องไม่หลวมเกินไป และควรจับพวงมาลัยในตำแหน่งที่ถูกต้องด้วยมือทั้ง 2 ข้างตลอดเวลาที่ล้อหมุน
 
เมื่อขับทางตรงและโล่ง อย่าวางใจด้วยการขับมือเดียวหรือจับพวงมาลัยผิดตำแหน่ง เพราะยิ่งใช้ความเร็วสูงก็ยิ่งต้องเพิ่มความระมัดระวัง และเตรียมพร้อมอยู่เสมอ เพราะถนนข้างหน้าอาจมีหลุมบ่อหรือสิ่งกีดขวางตกอยู่ ถ้าเป็นเกียร์ธรรมดา เมื่อเปลี่ยนเกียร์แล้ว มือซ้ายควรกลับมาจับพวงมาลัยไม่วางแช่ไว้บนหัวเกียร์
 
 ตำแหน่งของเบาะก็เกี่ยวข้อง
ความฉับไว และแม่นยำในการหมุนพวงมาลัย นอกจากจะเกี่ยวข้องกับตำแหน่งในการจับพวงมาลัยแล้ว การปรับเบาะ และพนักพิงก็เป็นส่วนสำคัญด้วยเช่นกัน โดยเมื่อจับพวงมาลัยตามตำแหน่งที่ถูกต้องแล้ว ข้อศอกจะต้องงอเล็กน้อย ไม่ตึงจนต้องเหยียดแขนสุดหรือหย่อนจนข้อศอกแนบลำตัว
 
การตรวจสอบระยะที่เหมาะสมของเบาะ และพนักพิงทำได้ไม่ยาก แค่เหยียดแขนให้ตึงแล้วคว่ำลงบนสุดของพวงมาลัยที่ตำแหน่ง 12 นาฬิกา ข้อมือต้องอยู่บนพวงมาลัยพอดี หรือเยื้องเลยจากข้อมือไปบริเวณอุ้งมือได้เล็กน้อย แต่ต้องไม่เลยไปจนถึงฝ่ามือ และแผ่นหลังจะต้องแนบกับพนักพิงด้วย
 
 
 
©2007 สว่างแสงธรรม กู้ภัย 01