|
|
-
ขับอย่างมีมารยาทและน้ำใจบนท้องถนน
|
|
-
ขับอย่างมีมารยาทและน้ำใจบนท้องถนน
- เปลี่ยนเลน-แซง-ขึ้นทางตรงแล้วควรเร่งความเร็ว
- การขึ้นทางตรงจากซอยหรือทางโท
รวมถึงการเปลี่ยนเลน ควรกระทำเมื่อเส้นทางว่างพอ
เมื่อเข้าเลนที่ต้องการได้แล้ว
บางคนไม่สนใจมารยาทต่อผู้ขับรถยนต์คันที่ตามมา เพราะคิดแต่เพียงว่า
ถ้าถูกชนด้านท้ายแล้วจะไม่ผิด เนื่องจากเข้าสู่เส้นทางได้เต็มคันแล้ว
-
-
ในทางมารยาท เมื่อเข้าสู่เส้นทางได้เต็มคันแล้ว
ควรเร่งความเร็วเพิ่มไล่รถยนต์คันหน้าในระยะที่เหมาะสมให้เร็วที่สุด
โดยไม่ต้องสนใจว่ารถยนต์คันหลังห่างแค่ไหน เพื่อมารยาท
ผู้ขับรถยนต์คันหลังจะได้ไม่ต้องเบรกจนตัวโก่ง
และไม่เสี่ยงต่อการเสียโฉมของบั้นท้ายรถยนต์ของตน
-
- การเบรกต้องสนใจรถยนต์ที่ตามมาด้วย
-
ไม่ใช่เฉพาะเป็นการรักษามารยาท
แต่เป็นการเพิ่มความปลอดภัยของตนเองด้วยการเบรก
ดูเหมือนผู้ขับส่วนใหญ่จะมองแต่เพียงเป็นการลดความเร็วเมื่อมีสิ่งกีดขวางด้านหน้า
โดยไม่ค่อยสนใจมารยาทและความปลอดภัยของผู้ขับรถยนต์คันที่ตามมาถ้ามีโอกาสและเวลาพอ
ก่อนการเบรกควรเหลือบมองกระจกมองหลัง
เพื่อจะได้ตัดสินใจกดแป้นเบรกด้วยน้ำหนักและจังหวะที่เหมาะสมเพื่อมารยาท
ผู้ขับรถยนต์คันหลังไม่ต้องเบรกจนตัวโก่ง
และไม่เสี่ยงต่อการเสียโฉมของบั้นท้ายรถยนต์ของตน
-
-
นอกจากนั้น การแตะเบรกโดยไม่จำเป็นก็ถือว่าเสียมารยาทบ้างเล็กน้อย
เพราะไฟเบรกจะสว่าง ทำให้ผู้ขับรถยนต์คันตามมาชะงัก
แต่ก็อย่ากังวลมากจนแตะเบรกช้าเพราะอาจเป็นอันตราย
การเบรกมิใช่ต้องสนใจแต่เพียงด้านหน้าเท่านั้น
ด้านหลังก็ต้องสนใจทั้งความปลอดภัยและมารยาท
-
- ก้มศีรษะขอบคุณลืมไปแล้วหรือ?
- ในช่วง
2-3 ปีที่ผ่านมา
ผู้ขับมีการก้มหัวขอบคุณเมื่อได้รับการให้ทาง
แต่ในระยะหลังมานี้เริ่มมีการหลงลืมไปบ้างโดยอาจเป็นเพราะการรักษาศักดิ์ศรีแบบแปลกๆ
เช่น ผู้ขับรถยนต์หรูราคาแพง มักไม่ยอมขอบคุณผู้ขับรถยนต์ราคาถูกที่ให้ทาง
หรือผู้ชายมักไม่ยอมขอบคุณผู้หญิง ฯลฯ
-
-
น่าชื่นชมมาก เมื่อมีผู้ขอบคุณให้เมื่อได้รับการให้ทาง
หากกลัวจะเสียศักดิ์ศรีแบบแปลกๆ ไม่อยากก้มศีรษะให้
ก็สามารถใช้วิธียกแขนพร้อมแบฝ่ามือครบทั้ง
5 นิ้ว (เน้นครบ
5 นิ้ว เพื่อป้องกันการเข้าใจผิด)
ซึ่งยังดีกว่าการเพิกเฉย การขอบคุณในสิ่งที่สมควร
ไม่ใช่เรื่องเสียศักดิ์ศรีแต่อย่างใด
-
-
-
-
- ไฟเหลืองควรเร่งหนีหรือเบรก?
-
ตามหลักการที่ถูกต้องอันเป็นสากล แต่ไม่ค่อยมีการปฏิบัติ คือ
ต้องเบรกและจอดเมื่อเห็นไฟเหลืองก่อนไฟแดงผู้ขับรถยนต์ไทยส่วนใหญ่ส่วนใหญ่เมื่อเห็นไฟเหลือง
คือ ไฟเตือนให้เร่งหนีการติดไฟแดง ซึ่งไม่ถูกต้องนัก
เพราะการที่ไฟเหลืองสว่างขึ้นก่อนจังหวะไฟแดง
ตามหลักการจริงเป็นการเตือนเพื่อให้ผู้ขับชะลอความเร็วและจอด
-
ในเมื่อวิถีการขับรถยนต์ของคนไทยส่วนใหญ่ เมื่อเห็นไฟเหลือง คือ
ไฟเตือนให้เร่งหนีการติดไฟแดง ก็คงหลีกหนีไม่พ้น
และยากที่จะให้ชะลอความเร็วลงและเบรกเมื่อเห็นไฟเหลืองสว่างขึ้นก่อนจังหวะไฟแดง
-
-
ถ้าอยากจอดเมื่อเห็นไฟเหลืองแล้วเบรกเพื่อจอด ก็นับเป็นเรื่องที่ดี
แต่ต้องระวังเรื่องความปลอดภัยจากการถูกชนท้าย เพราะคนไทยส่วนใหญ่
เมื่อเห็นไฟเหลืองจะเข้าใจกันว่าเป็นการเตือนให้เร่งหนีการติดไฟแดง
-
-
หากต้องการฝืนสังคม
(ทั้งที่ไม่ผิด)
ควรเหลือบมองกระจกมองหลัง
เพื่อจะได้ตัดสินใจกดแป้นเบรกด้วยน้ำหนักและจังหวะที่เหมาะสม เพื่อมารยาท
ผู้ขับรถยนต์คันหลังไม่ต้องเบรกจนตัวโก่ง
-
- ชิดซ้ายเสมอ
-
บนถนนหลายเลนมักมีการเตือนว่า
-ขับช้า
ชิดซ้าย-
ซึ่งไม่ค่อยตรงกับหลักการขับปลอดภัยและมารยาทในการใช้ถนนนักเพราะจะมีรถยนต์แล่นอยู่เลนขวาตลอด
โดยคิดว่าความเร็วที่ใช้ในขณะนั้นถือว่าเร็วแล้ว
ซึ่งอาจเป็นเพราะกฎหมายไทยกำหนดให้ใช้ความเร็วสูงสุดไม่เกิน 80-90
กิโลเมตร/ชั่วโมง
เมื่อใช้ความเร็วเกินขึ้นไปแล้ว ก็มักคิดไปเองว่าเร็วพออยู่แล้ว
จึงสามารถแล่นชิดขวาได้
-
- วิธีปฏิบัติที่ถูกต้อง
รักษามารยาท และปลอดภัยในการใช้เลนขวา คือ -แซงแล้วชิดซ้าย-
ไม่ว่าจะใช้ความเร็วสูงเท่าไรก็ตาม
เร็วแล้วแต่ยังมีเร็วกว่าได้ ถึงจะผิดกฎหมายในการใช้ความเร็วสูง
ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ...
มารยาทในการขับรถยนต์เป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม
ทั้งเพื่อตัวเองและผู้ร่วมทาง
-
-
|
|
|