|
|
-
ข้อคิดที่อาจมองข้ามเมื่อจะซื้อรถใหม่
|
|
- ข้อคิดที่อาจมองข้ามเมื่อจะซื้อรถใหม่
-
เมื่อกำลังจะตัดสินใจซื้อรถยนต์สักคัน หลายคนอาจเกิดความสับสน
เพราะรถยนต์คันหนึ่งราคาไม่ใช่ถูกๆ แล้วเงินก็หายากอีกด้วย
จึงต้องเลือกให้คุ้มค่าสำหรับตนเองมากที่สุด
-
-
โดยเฉพาะในกลุ่มรถยนต์ที่มีราคาต่ำกว่า 1 ล้านบาท
ที่มักไม่ได้ซื้อในเชิงฟุ่มเฟือย
ผู้ซื้อจึงพยายามเฟ้นหารถยนต์รุ่นที่คุ้มค่าเงินที่สุด
จนทำให้หลายคนตั้งคำถามลอยๆ ว่าเงินจำนวนเท่านั้นเท่านี้
ซื้อรถยนต์รุ่นใดแล้วจะคุ้มค่าโดยรวมที่สุด !
-
- ตอบสั้นๆ
ว่าไม่มีรถยนต์รุ่นใดคุ้มค่าที่สุดในทุกด้าน !
เพราะต้องมีอีกหลายจุดด้อยที่ไม่ตรงใจ
-
- บางคนอ่านแล้วอาจสงสัยว่าทำไมไม่มี
ทำไมต้องทำใจกับจุดด้อย
เพราะกว่าจะหาเงินมาซื้อสดหรือดาวน์แล้วผ่อนต่ออีกหลายปี
เสียเงินไปไม่ใช่แค่พันสองพันบาท
ทำไมจะเลือกรถยนต์รุ่นที่คุ้มค่าเงินที่สุดไม่ได้
-
- สินค้าประเภทเดียวกัน
ราคาใกล้เคียงกัน ถ้าสามารถจำหน่ายได้แบบคู่คี่สูสีกันในหลายยี่ห้อ
แสดงว่าแต่ละยี่ห้อต้องมีจุดเด่น-จุดด้อยแตกต่างกัน
แต่ถ้ามียี่ห้อหนึ่ง คุณภาพดีกว่าคู่แข่งทุกด้าน ยี่ห้ออื่นก็คงขายไม่ออก
ซึ่งไม่ค่อยพบในสินค้าระดับราคาเดียวกัน
-
- รถยนต์ก็เช่นกัน
ทุกคันมีหลายคุณสมบัติย่อย ที่เกี่ยวข้องกับการใช้งานและความคุ้มค่าเงิน
-
- คุณสมบัติย่อยของรถยนต์หลายข้อ
หลายคนพอทราบ แต่ไม่ได้ฉุกคิด จึงรวบรวมคุณสมบัติเด่นๆ ที่น่าสนใจ
เพื่อให้นำไปใช้ร่วมในการตัดสินใจ คือ
-
- * สมรรถนะเครื่องยนต์
หรืออัตราเร่งและความเร็ว
- *
ประสิทธิภาพระบบช่วงล่างและระบบเบรก
- * ความสะดวกสบายของห้องโดยสาร
- *
ความครบครันของอุปกรณ์มาตรฐานและอุปกรณ์ปลีกย่อย
- * ศูนย์บริการและอะไหล่
รวมถึงค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษา
- * ความสวยของรูปลักษณ์
- * ภาพพจน์ในสังคม
- * ความทนทาน
- *
อัตราความสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิง
- * ความแข็งแรงปลอดภัย
- * ราคาขายต่อ
- * ฯลฯ
-
- การเลือกซื้อรถยนต์ในกลุ่มเดียวกัน
จะไม่มีรถยนต์รุ่นใดที่มีคุณสมบัติโดดเด่นเหนือคู่แข่งไปทั้งหมด
โดยทั่วไปจะพบว่ารถยนต์แต่ละรุ่น มีคุณสมบัติเด่นด้อยสลับคละกันไป
-
- ในขณะเลือกซื้อจึงขึ้นอยู่กับว่า
ใครจะเน้นคุณสมบัติด้านใดบ้าง แต่ไม่ใช่เน้นไปทั้งหมด ให้เลือกมาพิจารณาสัก
3-4 ข้อ ยิ่งเลือกน้อยข้อก็ยิ่งเลือกได้ง่าย
แต่โอกาสพลาดก็มีมาก ยิ่งโลภมาก เลือกมากข้อ ก็ยิ่งตัดสินใจได้ยาก
เพราะไม่มีรถยนต์ที่มีคุณสมบัติเพียบพร้อมไปทุกข้อแน่ๆ
-
- หากงงว่าทำไมต้องยุ่งยากขนาดนั้นด้วย
หาเงินยากแล้วยังเลือกยุ่งอีกด้วย
ก็ให้เปรียบเทียบถึงการเลือกซื้อสินค้าอื่น เช่น เลือกผงซักฟอก
แต่ละยี่ห้อก็มีจุดเด่นด้อยแตกต่างกัน เหมาะสำหรับเครื่องซักผ้า ซักมือ
ผ้าสี/ผ้าขาว ซักแล้วผ้านุ่ม ซักแล้วสีผ้าไม่ซีด
ซักแล้วกลิ่นหอม ไม่สามารถสรุปได้ว่าผงซักฟอกยี่ห้ออะไรดีที่สุด
-
- จะทราบได้อย่างไร ว่าคุณสมบัติใดเด่น ?
- ถ้าอ่านคำแนะนำแล้วยังสับสน
ไม่ทราบว่าตนเองจะเน้นคุณสมบัติใด เพราะซื้อรถยนต์มาใช้ก็ใช้งานทั่วไป
ขับเรื่อยๆ ย่องๆ ขับเร็วบ้างเป็นบางครั้งเท่านั้น
ไม่ได้เน้นสมรรถนะที่จัดจ้านอะไร ใช้งานไม่มาก
เสียก็เข้าศูนย์บริการเท่านั้น ใช้ไม่ถึง 5
ปีก็เปลี่ยน มีรถยนต์ไว้เป็นพาหนะ ขับแล้วไม่เสียกลางทาง
คุณสมบัติทุกข้อขอกลางๆ ก็พอ
-
- ในกรณีที่ไม่เน้นคุณสมบัติใดสักอย่าง
มีรถยนต์ไว้ขับใช้งาน ก็ควรเลือกรถยนต์รุ่นที่มียอดจำหน่ายสูง ๆ ยี่ห้อดัง
ๆ เพราะแน่นอนว่าจะมีศูนย์บริการหลายแห่ง ไม่ขาดแคลนอะไหล่
เมื่อต้องขายต่อก็ไม่ยาก และราคาไม่ตกมาก
ส่วนในด้านสมรรถนะหรือคุณสมบัติอื่นก็คงไม่แย่จนรับไม่ได้
เพราะถ้าไม่มีดีเลย ก็คงไม่มีใครซื้อไปใช้
-
-
เมื่อถามความต้องการของตนเองได้แล้วว่า จะเน้นคุณสมบัติใดบ้าง
ก็ต้องมาค้นหาว่า รถยนต์รุ่นใดเด่นตามที่ต้องการ แต่จะหาข้อมูลจากไหน
? เพราะคนส่วนใหญ่รีบสรุปเองว่า
ตนเองไม่มีความรู้เรื่องรถยนต์ แล้วจะทราบได้อย่างไร
-
- บางคุณสมบัติบางเรื่องไม่ต้องรู้ลึกมาก
ก็ทราบด้วยตัวเองได้ เช่น
-
- รูปลักษณ์ -
ดูได้เอง แต่ก็ควรถามผู้คนรอบข้างด้วยว่า
มีความชอบไปในแนวทางเดียวกันหรือไม่ แม้รสนิยมของแต่ละคนจะแตกต่างกัน
แต่ก็น่าจะคล้ายกันบ้าง ไม่ใช่ชอบอยู่คนเดียว
แต่พรรคพวกสิบกว่าคนบอกว่าไม่สวย อย่างนี้ก็ต้องฉุกคิดกันหน่อย
-
- ภาพพจน์ในสังคมก็พอจะเดาออก
ถามผู้คนรอบข้างก็ได้ว่า ซื้อรถยนต์รุ่นใดมาแล้วคนจะฮือฮา
หรือซื้อรุ่นใดแล้วเพื่อนจะหาว่าเพี้ยน ถ้าสนใจคุณสมบัตินี้
ก็ไม่ควรคิดไปเองคนเดียว
-
- ศูนย์บริการ -
แน่นอนว่ารถยนต์ยี่ห้อดังที่มียอดจำหน่ายมากๆ
จะมีศูนย์บริการมากตามไปด้วย ขับผ่านไปทางไหนก็เจอ
-
- อะไหล่ -
ก็คล้ายๆ กับศูนย์บริการ
รถยนต์ยี่ห้อดังที่มียอดจำหน่ายมากๆ มีแนวโน้มว่าจะหาอะไหล่ได้ไม่ยาก
ยิ่งเป็นรถยนต์รุ่นเดียวกับที่แท็กซี่นิยม
ก็สบายใจได้เลยว่าหาซื้อได้ตามร้านอะไหล่ทั่วไป ทั้งอะไหล่แท้-เทียบ-เทียม-ใหม่-เก่า
-
- ราคาขายต่อ -
ถ้าไม่ทราบก็ซื้อนิตยสารรถยนต์รายสัปดาห์สัก 2 -3
เล่ม เพื่อเปรียบเทียบราคา ดูสักชั่วโมงสองชั่วโมงก็เสร็จ
-
- ความสะดวกสบายของห้องโดยสาร
- ทดลองนั่งและขับเองดีที่สุด
ไม่มีใครตัดสินได้ดีกว่าตัวเอง เพราะแต่ละคนคาดหวังต่างกัน
-
- อุปกรณ์อำนวยความสะดวก
- ปัจจุบันมีความหลากหลาย
รถยนต์แต่ละรุ่นมีความแตกต่างกันมาก ไม่ควรตื่นเต้นหรือรีบสรุปว่าดี
เมื่อพบว่ารถยนต์รุ่นนั้นมีอุปกรณ์มาตรฐานเพียบพร้อมกว่าอีกรุ่น
เพราะประเด็นสำคัญอยู่ที่ว่า
มีมากแล้วตัวเราเองได้ใช้หรือต้องการหรือไม่ต่างหาก สมมุติมีแค่ 5
อุปกรณ์แต่ตรงใจทั้งหมด ย่อมดีกว่ามี 10
อุปกรณ์ที่ล้วนไม่มีโอกาสได้ใช้เลย
-
-
สมรรถนะด้านอัตราเร่งและระบบช่วงล่าง -
ไม่มีใครสรุปได้ดีกว่าตัวคุณเอง
เพราะความหนักของเท้าขวาและลักษณะการขับของแต่ละคนแตกต่างกัน
รถยนต์คันเดียวกัน คนหนึ่งขับบอกว่าอัตราเร่งอืด เพราะเท้าขวาหนัก
แต่อีกคนขับแล้วอาจพอใจ เพราะเป็นคนใจเย็น
- ระบบช่วงล่าง คนหนึ่งอาจคาดหวังสูง
เพราะขับเร็วจัดอยู่บ่อยๆ
โช้กอัพและสปริงที่ถูกเลือกมาเพื่อเน้นความนุ่มนวลก็อาจไม่ดีพอ
เพราะทำมาสำหรับผู้ใช้ส่วนใหญ่ที่ขับไม่เร็วจัดจ้าน
อย่างนี้ก็ต้องเสียเงินเพิ่มเปลี่ยนโช้กอัพกันหน่อย
-
-
ถ้างงกับคุณสมบัติย่อยของรถยนต์ที่มีหลากหลาย ขอแนะนำให้ใช้วิธีง่ายๆ คือ
จดลงบนกระดาษ หรือตีตารางเลยว่า ในแต่ละคุณสมบัติย่อยของรถยนต์แต่ละรุ่น
ตรงใจเรามากแค่ไหน แล้วค่อยมาสรุปว่าควรจะเลือกรถยนต์รุ่นใดดี
-
- อาจไม่ตรงใจในทุกคุณสมบัติ
ได้อย่างก็ต้องเสียอย่างเป็นธรรมดา
-
ไม่ง่ายที่จะหารถยนต์รุ่นใดตรงใจทุกคุณสมบัติ
จึงต้องทำใจกับจุดด้อยบ้างไม่มากก็น้อย
-
-
ถ้าเป็นคนที่พอจะมีความรู้เรื่องรถยนต์บ้าง ก็อาจมองลึกเข้าไปอีกว่า
ในแต่ละคุณสมบัติย่อยที่ไม่ตรงใจนั้น สามารถเปลี่ยนแปลงให้ดีขึ้นได้หรือไม่
เพราะการผลิตรถยนต์ในเชิงอุตสาหกรรมและธุรกิจ
ไม่ได้มีแนวทางว่าต้องทำให้ดีที่สุด เป็นเพียงรถยนต์ที่มีทุกคุณสมบัติกลางๆ
ผู้ซื้อส่วนใหญ่ยอมรับได้ และไม่ด้อยกว่าคู่แข่งจนขายไม่ออก
-
- แนะนำให้ลืมประโยคของบางคนที่บอกว่า
'รถยนต์ที่ผลิตออกมา ดีที่สุด
เพราะเขาคิดค้นมาอย่างดีแล้ว' ไปได้เลย
เพราะผู้ผลิตไม่เคยมีแนวทางเช่นนั้น มีแต่จะต้องผลิตด้วยต้นทุนที่ต่ำสุด
คุณภาพระดับที่ผู้ซื้อไม่ด่า และไม่ด้อยจนแพ้คู่แข่ง
-
- ดังนั้น ถ้าไม่พอใจในอุปกรณ์ใด
หากคิดว่ามีอุปกรณ์ที่ดีกว่า แม้จะไม่ใช่ของแท้
ก็สามารถเปลี่ยนเข้าไปทดแทนได้
เพียงแต่ต้องทำอย่างมีหลักการควบคู่กันด้วยเสมอ ยกตัวอย่าง เช่น ยาง
ล้อแมกซ์ เครื่องเสียง โช้กอัพ สปริง ผ้าเบรก เครื่องยนต์ เบาะ ฯลฯ
-
- โดยเฉพาะล้อแมกซ์ ยาง และโช้กอัพนั้น
พบว่าในรถยนต์หลายรุ่นถูกใส่มาแบบกลาง ๆ ไม่เพียงพอสำหรับคนกลุ่มเล็ก ๆ
ที่ชอบการตกแต่งรถยนต์หรือเท้าหนัก เพราะผู้ผลิตต้องการเอาใจคนกลุ่มใหญ่
ที่ขับใช้งานทั่วไป ใช้ความเร็วไม่มากนัก ขืนใส่ล้อแมกซ์วงโต +
ยางแก้มเตี้ย สปริงแข็งๆ +
โช้กอัพหนืดๆ ก็จะแข็งกระด้างในความเร็วต่ำ
ทำให้กลายเป็นจุดด้อยทางการตลาดได้
- การเปลี่ยนแปลงอุปกรณ์ใดๆ จากเดิม
ไม่ใช่เป็นการทำลายมาตรฐานเดิมของรถยนต์แต่อย่างไร
โดยมีข้อแม้ว่าต้องทำอย่างมีหลักการและเลือกใช้อุปกรณ์ที่ดี
ก็จะเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพของรถยนต์ให้ดีขึ้นไป ไม่ควรตั้งแง่ในใจว่า
รถยนต์ที่ผลิตออกมาคันตั้งเกือบล้านบาท ทำไมไม่เพียบพร้อมมาตั้งแต่แรก
ทำไมต้องเสียเงินเปลี่ยนโช้กอัพหนืดๆ เพราะเหตุผลชัดเจนว่า รถยนต์แต่ละรุ่น
ไม่มีทางสมบูรณ์แบบถูกใจทุกคนได้ในทุกคุณสมบัติ
แม้แต่ซูเปอร์คาร์อย่างเฟอร์รารีหรือพอร์ช
ก็ยังมีสำนักผลิตอุปกรณ์ตกแต่งเพิ่มเติม
|
|
|