|
|
-
เรื่องของเบาะ
|
|
- เรื่องของเบาะ…ใครคิดว่าไม่สำคัญ
-
การปรับแต่งเกี่ยวกับเบาะนั่งภายในรถยนต์ เป็นสิ่งที่ถูกมองข้ามอยู่เสมอ
คิดแต่เพียงว่าไม่จำเป็นที่จะต้องปรับแต่งหรือเปลี่ยน
เพราะมีใช้กันอยู่แล้วตั้งแต่วันแรกที่ซื้อรถมาใช้
- เรื่องของเบาะในครั้งนี้
เกี่ยวข้องกับเบาะคู่หน้าโดยเฉพาะ เพราะเป็นตำแหน่งที่ถูกใช้บ่อยที่สุด
-
-
ทุกคนมุ่งที่จะปรับแต่งส่วนประกอบอื่น ๆ
แต่มองข้ามเบาะที่จะต้องถูกใช้งานทุกวินาที
แม้แต่ตอนที่จะต้องนั่งรอสัญญาณไฟตามแยก
จอดรถอยู่กับที่นั่งฟังเพลงก็ยังต้องนั่งอยู่บนเบาะ
-
- เหตุผลที่คนไทยไม่สนใจปรับแต่งเบาะ
- หลายเหตุผล
ไม่ว่าจะเป็นเพราะไม่เคยนั่งเบาะรถนอกที่ผลิตตามมาตรฐานระดับสูง
หรือคิดว่าเบาะของรถรุ่นเดียวกัน ระหว่างเมืองไทยกับเมืองนอกจะเหมือนกัน
ทั้ง ๆ ที่ จริง ๆ แล้วไม่เหมือนกันเลย
เนื่องจากในเมืองไทยมีการบังคับให้ใช้ชิ้นส่วนในประเทศ
เบาะก็ใช้ชิ้นส่วนหนึ่งที่ผลิตในประเทศ และถูกจำกัดต้นทุนการผลิต
จนแตกต่างจากเบาะของรถรุ่นเดียวกันในต่างประเทศ และอีกเหตุผลหนึ่ง ก็คือ
หลายคนคิดว่าการเปลี่ยนเบาะจะต้องเสียเงินมาก
-
- สองทางเลือกเรื่องเบาะ
- 1.
ปรับแต่งเบาะเดิมตามร้านหุ้มเบาะทั่วไป –
ข้อดีมีเพียงไม่ต้องดัดแปลงขายึดรางเลื่อนใหม่ ขณะที่ข้อเสียกลับมีมากมาย
เช่น ฟองน้ำที่ติดเสริมทรงเข้าไป เป็นการเหลาตัดขึ้นรูป
มิได้อัดหรือฉีดขึ้นรูปเหมือนในโรงงานผู้ผลิต ใช้ได้ไม่นานก็เสียทรง
-
-
ทรงของเบาะที่ปรับแต่งออกมานั้นมักไม่สวย เพราะเลียนแบบมาได้แค่คล้าย ๆ
ตามแต่ฝีมือทางศิลปการเหลาฟองน้ำของช่าง ดังนั้น
จึงไม่แนะนำให้เลือกวิธีนี้ เพราะเสียเงินไม่คุ้มค่ากับผลงานที่ได้มา
ค่าใช้จ่ายที่ปรับแต่งเบาะเดิมให้ดีพอ ๆ กับของเก่านอกหรือเชียงกง นั้นพอ ๆ
หรือแพงกว่าด้วยซ้ำไป
-
- 2. เปลี่ยนเบาะใหม่ –
มี 2 ทางเลือก ได้แก่
แบบปรับเอนไม่ได้ และปรับเอนได้
- 2.1 เบาะชนิดปรับเอนไม่ได้
-
เป็นเบาะที่ใช้สำหรับรถแข่งในสนามโดยเฉพาะ ไม่สามารถปรับเอนได้
แต่เลื่อนเดินหน้าถอยหลังได้ (ติดบนรางเลื่อนเดิม)
มักจะเรียกกันว่า “เบาะซิ่ง”
แม้จะเป็นเบาะสำหรับรถแข่ง
แต่ก็สามารถนำมาดัดแปลงติดตั้งกับรถทั่วไปได้
-
- โครงสร้าง –
เป็นโพลียูรีเทน หรือไฟเบอร์กลาส บุด้วยฟองน้ำแข็ง
หุ้มด้วยหนังหรือกำมะหยี่ รูปทรงของเบาะชนิดนี้ ตำแหน่งต่าง ๆ
ทุกจุดเหมาะกับการขับขี่มาก ไม่ว่าจะเป็นองศาของเบาะ (ที่ปรับไม่ได้)
หรือSide Support
ปีกด้านข้างป้องกันมิให้ร่างกายสบัดออกด้านข้างได้ เวลาขับเข้าโค้งแรก ๆ
รูปทรงของเบาะจะเป็นคล้ายแอ่ง ตัวคนนั่งจะนั่งจมลงไปในแอ่งของตัวเบาะ
-
-
เนื่องจากเบาะชนิดนี้ออกแบบให้เหมาะกับนักแข่ง ซึ่งจะต้องนั่งบนเบาะ
ตลอดการแข่งขันต้องรับสภาวะต่าง ๆ ตลอด
ร่างกายละประสาทสัมผัสจะต้องทำงานหนักทุกวินาที ความเครียด
ความเมื่อยล้าเกิดขึ้นมากมาย การควบคุมรถต้องแม่นยำและรวดเร็ว
เบาะชนิดนี้จึงได้รับการออกแบบมาอย่างดี
-
-
ถ้าต้องการนำเบาะชนิดนี้มาติดตั้งใช้งานทั่วไป
ควรติดตั้งตัวเดียวเฉพาะตำแหน่งผู้ขับขี่
เพราะถ้าติดตั้งในตำแหน่งที่มิใช่ผู้ขับขี่จะเมื่อย
เพราะมิได้ยึดแขนยึดขาเหมือนคนขับ
- ถ้าเป็นผู้มีอายุสักหน่อย
หรือรถระดับหรู ๆ ไม่ควรติดตั้งเบาะชนิดนี้
ซึ่งเหมาะกับรถซิ่งหรือคนหนุ่มมากกว่า
-
- เบาะชนิดปรับเอนไม่ได้นี้
มีให้เลือกกันหลายแบบหลายราคา เช่น RECARO
ของยุโรปราคาหลายหมื่นบาท ของญี่ปุ่นTRD TOM’S
ราคาเกือบหมื่นบาท หรือเกินนิด ๆ
-
- ของแท้ส่วนใหญ่จะทำด้วยโพลียูริเทน
เหนียว ทนทาน แต่มีคนไทยก็อปปี้เป็นไฟเบอร์กลาสจาเบาะจริง
หุ้มขายกันเกือบทุกแบบ ในราคาจาก 1,000
กว่าบาทจนถึง 4,000 บาท ลวดลายและสีใกล้เคียง
แต่ฟองน้ำที่ใช้บุไม่ค่อยทนทาน
-
- 2.2 เบาะชนิดปรับเอนได้
- เป็นเบาะติดรถยนต์ทั่วไป
นิยมเปลี่ยนเป็นแบบบัคเก็ตซีต กระชับสรีระ มีปีกด้านข้างรองรับทุกด้าน
-
- สำหรับรถหรู –
เช่น เบนซ์ บีเอ็มดับเบิลยู ถ้าอยากเปลี่ยน
แนะนำให้ใช้ยี่ห้อRECARO ไม่เสียระดับ
สั่งได้ตามร้านประดับยนต์ใหญ่ ๆ ในราคาคู่ละหลายหมื่นบาทจนถึงแสนบาท
ปรับด้วยมือ ไฟฟ้า หรือลม มีหลายรุ่นสำหรับรถราคาเป็นล้านบาท
ถ้าต้องขับเองบ่อย เงินแค่ไม่กี่หมื่นบาทกับเบาะดี ๆ คู่หนึ่ง
คุ้มกับความสบายและความหรูหราที่เพิ่มขึ้นมา
โดยไม่ต้องเสียระดับหากหันไปมองเบาะญี่ปุ่นหรือRECARO
ปลอม
-
- สำหรับรถทั่วไป –
เป็นเบาะของรถญี่ปุ่นที่ส่งเข้ามาขายในเชียงกง
เหมือนกับอะไหล่เก่าอื่น ๆ มีให้เลือกมากมาย ตั้งแต่คู่ละ 2,000
กว่าบาท จนถึงเกือบหมื่นบาท ราคาส่วนใหญ่จะอยู่ที่ประมาณ
3,000-4,000 บาท
-
- ควรเลือกเบาะแบบบัคเก็ตซีต
ของรถสปอร์ต คือ มีปีกต่าง ๆ รองรับครบ และอย่าเลือกเบาะแบน ๆ
เหมือนเบาะเดิมเด็ดขาด
-
- มีให้เลือกทั้งแบบหุ้มผ้า หนัง
หรือกำมหยี่ ควรลองนั่งดู ปรับเอนให้พอใจ ก่อนตัดสินใจ
ควรเลือกสีของเบาะให้เข้ากับห้องโดยสารและแผงประตู เบาะสีดำ ขาว เทา
จะเข้ากับสีของห้องโดยสารได้เกือบทุกสี
ไม่ควรนำไปให้ร้านหุ้มเบาะหุ้มให้ใหม่
เพราะฝีมือและคุณภาพสู้ของจากนอกไม่ได้
-
- ขนาด –
ควรวัดเนื้อที่ด้านความกว้างของห้องโดยสารให้แน่นอน
ก่อนที่จะไปเดินเลือกซื้อ ถ้าเป็นรถขนาดเล็กหรือกลาง
ควรเลือกเบาะขนาดเล็กทรงเพรียว ๆ มีรูปร่างสปอร์ตหน่อย
ถ้าเป็นรถขนาดใหญ่ควรเลือกเบาะที่มีขนาดใหญ่ขึ้นมาหน่อย
เพื่อไม่ให้ดูโล่งเกินไป
-
- 2 แบบย่อย –
เบาะชนิดปรับเอนได้ ยังแบ่งออกเป็น 2 แบบย่อย คือ
แบบปรับปีกได้ (Side Support) และแบบปรับไม่ได้
-
- แบบปรับปีกได้ ในลักษณะต่างๆ คือ บีบ-อ้าออก
ให้พอดีกับลำตัวหรือขา บางแบบอาจจะปรับหนุนหลังได้ด้วย
บางคู่อาจจะปรับได้เฉพาะด้านคนขับ มีทั้งแบบปรับด้วยมือ และไฟฟ้า
แยกออกไปอีก แบบปรับด้วยมือจะถูกกว่า ถ้าเป็นแบบปรับด้วยไฟฟ้า ควรลองให้ดี
และควรหาสวิตช์มาพร้อมกับเบาะด้วย
-
- เบาะชนิดปรับเอนได้อย่างเดียว
ปรับปีกตาง ๆ ไม่ได้ มีราคาไม่สูงนัก คู่ละ 3-4
พันบาท มีให้เลือกมากแบบที่สุด ราคาแตกต่างกันออกไป
ควรลองนั่งให้พอใจที่สุดก่อนเลือกซื้อ
-
- ราคา
-
ราคาของเบาะรถไม่มีเพดานราคาที่แน่นอน แต่ละร้านจะกำหนดไม่เท่ากัน
ก่อนตัดสินใจซื้อควรสอบถามราคาของเบาะรุ่นที่ต้องการใช้ให้ทั่ว เวลาถามราคา
ควรหาราคาต่ำสุดก่อนเดินผ่านไปถามร้านอื่น
ถ้าวนกลับมารอบสองแล้วจะต่อราคาได้น้อยมาก เพราะแสดงถึงความต้องการของเรา
ใช้วิธีนี้ต้องทนถูกทำตาขวางใส่หน่อย แต่จะได้สินค้าที่ถูกใจ
ในราคามาตรฐานที่สุด
-
- แหล่งขาย
- เชียงกงปุทมวัน ร้านข้างสน.ปุทมวัน
ขายแต่เบาะเป็นส่วนใหญ่ ซอบกลาง และกระจัดกระจายอยู่ตามร้านเล็ก ๆ ทั่วไป
-
- การติดตั้ง
- หากเป็นการติดเบาะใหม่ขาใหม่
ก็แก้ขุดยึดที่ตัวรถ ต้องมีความละเอียดและเล็งให้ดี ๆ เสี่ยงต่อการที่รถช้ำ
และหากเป็นเบาะใหม่ขาเก่า รถไม่ช้ำและเบาะตั้งได้ตรงไม่เอียง
-
-
การติดตั้งเบาะตัวใหม่โดยใช้ขาและรางเก่า โดยการสร้างAdapter
แผ่นเหล็ก เพื่อต่อระหว่างขารางเลื่อนเก่ากับเบาะใหม่
ซึ่งมีรูนอตไม่ตรงกัน วะใช้ได้กับเบาะทุกแบบที่มีระนาบของฐานเบาะตรง คือ
ถ้าถอดขารางเบาะออกแล้วนำเบาะวางลงบนพื้น เบาะจะต้องตั้งตรง 90
องศา
-
- การสร้างAdapter
-
เริ่มจากหากระดาษแข็งที่เรียกว่ากระดาษเทา-ขาวมา
ถอดขารางเลื่อนของเบาะเก่าและใหม่ออกให้หมด หงายฐาน (ใต้เบาะ)
ขึ้นทั้งเบาะเก่า-ใหม่
นำกระดาษแข็งมาทาบลงตรงฐานใต้เบาะเอามือกดลอกตำแหน่งของรูนอตทั้ง 4
ใต้เบาะให้แม่นยำ ทั้งเบาะเก่าใหม่อย่างละแผ่น
-
ตัดกระดาษขอบนอกของรูออกห่างจากขอบรูนอตสัก 1
เซนติเมตร จะได้กระดาษรูปสี่เหลี่ยม 2 แผ่นใหญ่
เอาแผ่นเล็กทิ้งไป ดังนั้น กระดาษแผ่นใหญ่ก็จะมี 8
รู (เพราะลอกจากแผ่นเล็กลงมา)
-
- ตัดส่วนเกินวงในออกให้เป็นดังรูป
เวลาเอาไปตัดเป็นเหล็กแล้วจะได้ไม่หนัก นำกระดาษแบบไปเป็นแบบตัดเหล็ก
ใช้เหล็กหนาสัก 1 หุนก็พอ เจาะรูขนาดเท่านอตให้ครบ
8 รู
- ถ้ารูทั้ง 4
ของเบาะใหม่อยู่วงนอกของเบาะเดิม ให้นำนอตตัวเมีย 4
ตัว เชื่อมยึดติดกับรูนอตวงในของAdapter
เพื่อยึดกับขาของเบาะเก่า
- ถ้ารูยึดทั้ง 4
ของเบาะใหม่อยู่วงในของเบาะเก่า ก็ให้นำนอตตัวเมีย
4 ตัว เชื่อมติดกับรูนอตวงนอกทั้ง 4
ตัว
-
|
|
|