-
ส่วนหนึ่งของคำถามที่น่าสนใจ และไดรับคำตอบจาก
NHTSA (National Highway Traffic Safety Administration)
ที่จะทำให้มีความเข้าใจถึงการใช้งานถุงลมนิรภัยอย่างไรให้ปลอดภัยได้มากยิ่งขึ้น
1.
รถยนต์ใหม่ในประเทศสหรัฐอเมริกาทุกคัน ต้องมีถุงลมนิรภัยหรือไม่
เป็นไปได้หรือไม่ที่จะเลือกซื้อรถยนต์ที่ไม่ติดตั้งถุงลมนิรภัยตั้งแต่ปี
1998
กฎหมายกำหนดให้รถยนต์นั่งทุกคันที่จำหน่ายในอเมริกาต้องมีถุงลมนิรภัยด้านหน้าทั้ง
2 ข้าง เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน
และมีผลต่อรถบรรทุกเล็กทุกคันในปี 1999
2. ตามที่ NHTSA
กำหนดให้มีการติดตั้งถุงลมนิรภัยแบบลดความแรง (Depowered Airbag)
ในรถยนต์รุ่นใหม่ ๆ
จะสามารถเปลี่ยนถุงลมนิรภัยที่ใช้อยู่ในรุ่นปัจจุบัน
เป็นถุงลมนิรภัยชนิดใหม่ได้หรือไม่มาตรฐานใหม่นี้
เพื่อลดความรุนแรงในการพองตัวลง 25-30%จากปัจจุบัน
และจะบังคับใช้กับรถยนต์ที่ผลิตออกมาใหม่
ไม่ครอบคลุมถึงรถยนต์ที่ผลิตออกไปแล้ว
3. สามารถติดตั้ง
เบาะสำหรับเด็ก แบบหันหน้าไปท้ายรถยนต์
ในที่นั่งผู้โดยสารด้านหน้าได้หรือไม่ไม่โดยเด็ดขาด
เว้นแต่จะมีสวิตช์ตัดการทำงานของถุงลมนิรภัยด้านผู้โดยสารโดยเฉพาะ
และได้ตัดการทำงานไปแล้ว อย่างไรก็ตาม ขอแนะนำว่า
ที่นั่งที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับเด็กตั้งแต่อายุ
12 ปีลงมา คือ
เบาะหลัง
4. ถ้าเช่นนั้น
เบาะสำหรับเด็กที่ติดตั้งแบบธรรมดา
จะสามารถติดตั้งในเบาะผู้โดยสารด้านหน้าได้หรือไม่NHTSA
แนะนำว่า เด็กอายุต่ำกว่า 12
ปีทุกคน ควรโดยสารในเบาะด้านหลัง
ซึ่งเป็นบริเวณที่ปลอดภัยที่สุด ถ้าไม่มีทางเลือก
และต้องการนำมานั่งในเบาะด้านหน้าจริง ๆ
ต้องจัดให้เด็กนั่งโดยมีอุปกรณ์นิรภัยคาดไว้กับลำตัวอย่างถูกต้อง
และเลื่อนเบาะไปด้านหลังเพื่อให้เด็กอยู่ห่างจากถุงลมนิรภัยให้มากที่สุด
5.
ในกรณีเด็กโตที่ไม่จำเป็นต้องใช้เบาะนิรภัยสำหรับเด็กแล้ว
จะให้เด็กนั่งในเบาะด้านหน้าของรถยนต์ที่ติดตั้งถุงลมนิรภัยได้หรือไม่
จะมีอันตรายหรือเปล่าถ้าถุงลมนิรภัยทำงานขึ้นมาอย่างที่บอกไปแล้วว่า
เด็กควรโดยสารในเบาะหลัง เว้นแต่กรณีที่จำเป็นต้องให้นั่งด้านหน้าจริง ๆ
ควรปฏิบัติตามคำแนะนำข้างต้น และขอเพิ่มเติมว่า
เด็กต้องนั่งพิงพนักพิงอยู่เสมอ ระวังอย่าให้เด็กโน้มตัวมาด้านหน้าบ่อย ๆ
และระวังไม่ให้เข็มขัดนิรภัยหย่อนจนเกินไป ซึ่งเป็นที่เข้าใจกันดีว่า
บางครั้งยากที่จะควบคุมเด็กให้อยู่นิ่งได้
6. NHTSA ใช้เกณฑ์อะไรที่กำหนดว่า
เด็กอายุต่ำกว่า 12
ปีควรจะนั่งในเบาะหลัง
และจะพิจารณาจากความสูงหรือน้ำหนักตัวของเด็กได้หรือไม่สำหรับรถยนต์ที่ติดตั้งถุงลมนิรภัยด้านผู้โดยสาร
NHTSA
พิจารณาจากอุบัติเหตุการเสียชีวิตที่เกิดจากเด็กถูกกระแทกโดยถุงลมนิรภัย
จากหลักฐานจริง ๆ แล้วพบว่า ไม่มีเด็กอายุเกินกว่า 9
ปีเสียชีวิตจากกรณีนี้
ส่วนการจะกำหนดโดยส่วนสูงหรือน้ำหนักตัวนั้นคงไม่สามารถจะทำได้
เพราะรถยนต์แต่ละรุ่นจะมีความรุนแรงในการทำงานของถุงลมนิรภัยต่างกันออกไป
จึงยากที่จะสรุปเป็นมาตรฐานเดียวกัน
7.
สำหรับผู้ขับขี่ที่มีรูปร่างเตี้ย และจำเป็นต้องนั่งใกล้พวงมาลัย
จะมีวิธีการหลีกเลี่ยงการบาดเจ็บจากถุงลมนิรภัยได้อย่างไร
ก่อนอื่นต้องย้ำว่า
ผู้ขับที่ได้รับการปกป้องจากถุงลมนิรภัยมีสัดส่วนสูงกว่าผู้ที่เสียชีวิตจากถุงลมนิรภัยมากนัก
และที่เสียชีวิตส่วนใหญ่เนื่องมาจากไม่ใส่เข็มขัดนิรภัยผู้ขับ
และผู้โดยสารที่ติดตั้งถุงลมนิรภัยทุกคนต้องคาดเข็มขัดนิรภัย
และนั่งให้ห่างจากพวงมาลัยมากที่สุดเท่าที่ยังสามารถควบคุมรถยนต์ได้โดยสะดวก
ในกรณีที่ผู้ขับมีรูปร่างเตี้ยก็ต้องปฏิบัติเช่นเดียวกัน
อาจจะใช้การเอนพนักพิงเบาะไปด้านหลังเล็กน้อยเพื่อเพิ่มระยะห่างจากหน้าอกถึงพวงมาลัย
นอกจากนั้น แขนที่ควบคุมพวงมาลัยจะอยู่ด้านข้างของพวงมาลัยทั้ง
2 ด้าน
ไม่ใช่พาดขวางอยู่ระหว่างคนขับกับพวงมาลัย เพื่อให้ถุงลมนิรภัยมีพื้นที่
และระยะในการพองตัวมากที่สุด
และหลีกเลี่ยงโอกาสที่แขนจะได้รับบาดเจ็บรุนแรง
8.
ผู้ที่มีส่วนสูง และน้ำหนักเท่าไร
ที่จัดว่าเสี่ยงต่ออันตรายจากถุงลมนิรภัยไม่มีการระบุชัดเจนในประเด็นนี้
ขอให้พึงระวังไว้ว่า
ปัจจัยสำคัญที่จะชี้ถึงอัตราเสี่ยงจากถุงลมนิรภัยที่พองตัวอย่างรวดเร็ว
คือ ระยะห่างระหว่างตัวคุณกับถุงลมนิรภัยนั่นเอง
9. ถ้าอย่างนั้น
ระยะห่างขนาดไหนที่เข้าข่ายว่าค่อนข้างปลอดภัยไม่มีระยะที่แน่นอน
เพราะถุงลมนิรภัยในรถยนต์แต่ละรุ่นมีความรุนแรงในการพองตัวต่างกัน
ยิ่งห่างโดยยังควบคุมรถยนต์ได้ด้วยดีก็ยิ่งปลอดภัย
(มีการชี้แจงภายหลังว่า อย่างน้อย
ระยะห่างจากผู้ขับถึงพวงมาลัยต้องมากกว่า 10
นิ้วขึ้นไป)
10.
สำหรับผู้โดยสารที่เป็นผู้ใหญ่จะปลอดภัยหรือไม่
หากจะนั่งในเบาะด้านหน้าซึ่งติดตั้งถุงลมนิรภัยด้วยปลอดภัยแน่นอน
แค่ต้องไม่ลืมคาดเข็มขัดนิรภัยเสมอ เลื่อนเบาะไปด้านหลังมาก ๆ
อาจเอนพนักพิงเบาะไปด้านหลังเล็กน้อย ระวังอย่าให้สายเข็มขัดนิรภัยหย่อน
11.
แล้วสำหรับคนแก่
จะเป็นอันตรายหรือไม่ถ้านั่งในเบาะด้านหน้าซึ่งติดตั้งถุงลมนิรภัยในกรณีผู้สูงอายุก็ปฏิบัติเช่นเดียวกับข้อที่แล้ว
12.
ผู้ที่ตั้งครรภ์
จะปลอดภัยหรือไม่ที่จะต้องนั่งอยู่หน้าถุงลมนิรภัยในขณะนี้
NHTSA
กำลังรวบรวมผลการพองตัวของถุงลมนิรภัยต่อผู้ตั้งครรภ์อยู่
จนถึงปัจจุบันนี้ ยังแนะนำผู้ที่ตั้งครรภ์ก็ต้องคาดเข็มขัดนิรภัยอยู่เสมอ
ให้สายรัดไหล่พาดผ่านกระดูกไหปลาร้า
สายรัดเอวพาดใต้หน้าท้องให้ต่ำที่สุดผ่านบริเวณสะโพกทั้ง 2
ข้าง ไม่ควรพาดบนหน้าท้องโดยเด็ดขาด
และให้นั่งห่างจากถุงลมนิรภัยมากที่สุดเท่าที่จะทำได้
13. เข็มขัดนิรภัย แบบ
Pretensioner และ Tensioner
คืออะไร
และจะช่วยปกป้องในกรณีเกิดอุบัติเหตุได้ดีเพียงใดเข็มขัดนิรภัยทั้ง
2
แบบจะดึงรั้งตัวมาด้านหลังโดยอัตโนมัติเวลาที่เกิดการชนกันขึ้น
มีการติดตั้งในรถยนต์รุ่นใหม่ ๆ
และเมื่อใดที่เข็มขัดนิรภัยชนิดนี้ทำงานขึ้นมา ต้องถอดเปลี่ยนใหม่
14.
ในรถยนต์ที่มีพวงมาลัยชนิดที่ปรับความสูงต่ำได้
ควรปรับเปลี่ยนไว้ที่ตำแหน่งใดที่จะทำให้ถุงลมนิรภัยทำงานได้ประสิทธิภาพสูงสุด
และคนขับเสี่ยงต่อการบาดเจ็บน้อยที่สุดควรจะตั้งให้ต่ำลง
เพื่อให้ถุงลมนิรภัยพุ่งมาที่หน้าอกขณะที่พองตัว ไม่ใช่พุ่งเข้าใส่ศรีษะ
และใบหน้า แต่สำหรับผู้ที่ตั้งครรภ์ต้องระวังอย่าให้ต่ำเกินไป
ไม่นั้นจะพุ่งมากระแทกท้องได้
15.
แล้วพวงมาลัยที่ปรับให้ชิดหรือห่างตัวได้ควรปรับอย่างไรปรับให้ระยะพอเหมาะในการขับ
โดยห่างจากตัวมากที่สุดเท่าที่จะทำได้
-