องค์โป๊ยเซียนโจวซือ



ลี้เหล่ากุล

มีนามเดิมว่า "มื้อ แซ่ลี้" หรือ "เป็ดเลี้ยง" ได้รับพระราชทานนามว่า "ตัม"เป็นเจ้าตำรับลัทธิ"เตํา" ในสมัยราชวงษ์ "จิว" อยู่ในครรภ์มารดาถึง 81 ปี จึงคลอดออกมาจางจักแร้ด้านซ้ายเกิดมามีผมสีขาวทั้งศรีษะ จึงได้ชื่อว่า "เหล่าจือ" ซึ่งแปลว่า "เฒ่าทารก" รับราชการเป็นบรรณารักษ์ห้องสมุด เชื่ยวชาญงานด้านระเบียบพิธีการและดนตรี มีความเคารพอาจารย์มาก มีคุณธรรมเป็นที่ยอมรับกันทั่วไป ปรัชญาหลักคือไม่ต้องการชื่อเสียง เก็บตัวชอบสงบ วันหนึ่งท่านขี่ควายสีเขียวเดินผ่าน "ห่ำก๊ก" เจ้าด่านผบเข้ามีความดีใจและดความคิดว่าท่านจะลาโลกแล้วขอให้ท่านแต่งหนังสือให้สักเล่มก่อนท่านก็แต่ง "คัมภีร์เต๋า 1 ชุด 2 ภาค 81 ตอน" แล้วออกจากด่านไป ไปจากโลก โดยไม่มีผู้ใดทราบว่า ท่านไปได้อย่างใด.

Top


ลี้ถิไก้ว

เดิมมีชื่อว่าลี้ง้วน เป็นชาวจ๊วก ในสมัยราชวงศ์ โจวมีความกตัญญู ต่อมารดามาตั้งแต่วัยเด็กเมื่ออายุ 13 ปีแม่ของลี้ง้วนป่วยหนักเพื่อสรรหาบัวหิมะมารักษาแม่ ลี้ง้วนอุตสาห์ทนต่อความยากลำบากไต่ขึ้นเขาในยามดึกแต่พลาดตกลงไปในเหวลึกจนขาข้าง หนึ่งพิการแต่ได้รับความช่วยเหลือจากเทพแม่เจ้าประจิมสวรรค์ฝึกฝนวิชาธรรมะและละทิ้งกิเลส ต่างๆ บำเพ็ญตนเป็นนักบวช พำนักอยู่เชิงเขาด้านตะวันออกของเขาหัวซัน จนสำเร็จวิชาทางธรรม บรรลุเป็นเทวดาในเวลาต่อมา.

Top


ฮั้งจงหลี

เดิมมีนามว่า หวินฝาง เป็นชาวหันหยัง ได้รับถ่ายถอดวิชาจากผู้วิเศษ เมื่ออายุได้ 16 ปี เป็นผู้เชี่ยวชาญทั้งบุ๊นและบู๊ รับราชการเมื่ออายุ 20 ปี มียศเป็นถึงพระครูเป็นผู้มีจิตใจอันสูงส่ง ซื่อตรงต่อหน้าที่การงานจนได้รับการอิจฉาริษยาจากผู้ร่วมงาน หลังจากลาออกจากราชการแล้ว ไปบวชเป็นชีปะขาวในป่าลึก ฝึกฝนวิชาธรรมะ จนสำเร็จบรรลุเป็นเทวดาในที่สุด.

Top


ลือต้งปิง
เดิมมีนามว่า ซุ้งเอี๋ยว เป็นชาวจิงเจ้า ในสมัยราชวงศ์ถังเป็นคนที่มีความเฉลียวฉลาดมาก เคยสมัครสอบเป็นมหาบัณฑิตหลายครั้ง เพื่อหวังจะเข้ารับราชการแต่พรหมลิขิตไม่อำนวยให้ ต้องประสบความผิดหวังไปทุกครั้ง จนอายุย่างเข้าวัยชรา จนเกิดความเบื่อหน่ายจากการเข้ารับราชการ จึงได้ท่องเที่ยวพเนจรไปทั่วสารทิศ บังเอิญได้พบ"ฮั่นจงหลี"เทวดาองค์แรกที่กล่าวถึงขั้นต้น "ฮั่นจงหลี"ได้สอนวิธีในการปฎิบัติทางธรรม และได้รับการฝึกเพลงดาบบนยอดเขาจนสำเร็จ จึงได้ลงจากเขา ใช้วิชาที่ฝึกฝนมาช่วยเหลือบรรเทาทุกข์ให้แก่ประชาชนทั่วไป และสำเร็จเป็นเทวดาในที่สุด.

Top


หันเซียนจื่อ


เดิมมีชื่อว่า โจ้วชิง เป็นชาวหนานหยางในราชวงศ์ถัง สอบได้เป็น บัณฑิตเมื่ออายุ19ปี มีอยู่วันหนึ่ง"หันเซียนจื่อ"ได้เกิดป่วยเป็นไข้ และฝันเห็นเทวดาลือต้งปิง มาให้ไปพบ ณ เขาเทียนซาน ซึ่งบนศิลาได้สลักชื่อของตนไว้ และสั่งตนศึกษาธรรมะในที่นั้น หันเซียนจื่อ ซึ่งศรัทธาเทวดาลือต้งปิง มาก่อนแล้ว จึงได้ทำตามที่ท่านสั่งไว้ และแล้วได้บรรลุเป็นเทวดาในเวลาต่อมา.

Top


เฉากกกู๋

เป็นพระอนุชาพระราชีนีในราชวงศ์ ส้ง มีจิตใจสูงส่ง ไม่เกรงอิทธิพล ของกลุ่มทรราชและมิได้ใฝ่หาเสพสุขแต่เพียงผู้เดียวหากพยายามช่วยบริหารบ้านเมืองโดย มุ่งให้ประชาชนอยู่เย็นเป็นสุขเป็นที่ตั้งบ้านเมืองขณะนั้นได้มีกองกำลังเผ่าจินได้ลุกล้ำเข้า มาในเขตเมือง ส้งองค์จักรพรรดิ์ได้ส่ง 2 ขุนพลคือ"เยีะเฟย"และ"หันซื่อจง"นำทัพไปปราบ ที่ชายแดน แต่ถูกท่านมหาอุปราช"ฉินไขว้"ใส่ร้ายป้ายสีองค์จักรพรรดิ์หลงเชื่อว่าขุนพลทั้ง2ไม่ซื่อสัตย์ จึงได้ออกคำสั่งประหารขุนพลทั้ง2 "เฉากั๊ววะจิ้ว"ไม่เห็นด้วยกับการกระทำของ องค์จักรพรรดิ์จึงได้สละตำแหน่งไปบวชที่เขา "หวี้ซีซัน"ศึกษาวิชาวิปัสนาและได้รับการ ช่วยเหลือแนะนำของเทวดา ลือต้นปิง จนได้รับความสำเร็จเป็นเทวดา.

Top


ฮ่อเซียนโกว้

มีนามเดิมว่า "เซียนเหลียน" มีความเฉลียวฉลาดมาตั้งแต่เด็กเมื่ออายุ14ปี ได้ฝันว่ามีพระแม่เจ้าสุวรรณมอบตำราอันศักดิ์สิทธิ์แห่งสวรรค์มาให้พอตื่นขึ้น มาก็รู้สึกต้วเบาเหมือนดอกฝ้ายสามารถระลึกชาติและทำนายเหตุการณ์ล่วงหน้าได้อย่าง แม่นยำ จึงได้ศึกษาวิชาวิปัสนาจนได้เป็นเทวดาในที่สุด.

Top


จางกัวเหลา

นามเดิมเรียกว่า กั่ว เป็นชาวตังหลิน ในสมัยราชวงศ์ถัง เกิดที่เชิงเขาเหยาได้รับการถ่ายถอดอภินิหารและตำรายาจากผู้วิเศษ เมื่อสำเร็จวิชาได้ตั้งความมุ่งมั่นในการ เป็นหมอวิเศษรักษาคนไข้ทั่วไป หลังจากนั้นได้ใช้เวลา10 ปี ฝึกฝนวิปัสนา จนความทราบถึง เหียนจงรับเข้าเมืองและได้พระราชทานยศเป็นเจ้าคณะ มีตำแหน่งควบคุมวัดวาอารามต่างๆ โดยได้รับการยกย่องศรัทธาในหมู่ข้าราชการและประชาชนทั่วไป เมื่อเข้ามาพำนักอยู่ในเมือง ได้ไม่นานฮ่องเต้ทรงโปรดเกล้าฯ ทรงสร้างวัด"ชีเสียกวง" พระราชทานให้จางกัวเหลาเข้าพำนัก และเป็นแหล่งธรรมสืบไป และแล้วจางกัวเหลาได้ฝึกฝนในวัดชีเสียกวงอีก 10 ปีจนสำเร็จ บรรลุเป็นเทวดา.

Top


หน่าไฉ่หัว

เดิมชื่อ ชีหยุ่น เป็นชาวฉางอัน ในสมัยราชวงศ์ถัง มีนิสัยร่าเริงชอบเสพสุรา เคยรับราชการในตำแหน่งข้าราชการหลวงเมืองหนันชาง แต่อยู่ในตำแหน่งเพียง3วัน ก็ได้เกิดเบื่อหน่ายในวงราชการ ได้ลาออกจากตำแหน่งกลับไปใช้ชีวิตราษฎรธรรมดา และเริ่มศึกษาหลักธรรมบนยอดเขา "จองหนัน" จนประสบความสำเร็จเป็นเทวดาในที่สุด.

Top


© COPYRIGHT 2007 ALL Sawangsangtam.COM